ปลายฝนความชื้นในบ้านยังสูง หลายบ้านเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเจอจุดดำหรือคราบขาวฟูเกาะที่ผนังตู้และเสื้อผ้า เช็ดไปแล้วไม่กี่วันก็กลับมาใหม่ เรื่องตู้เสื้อผ้าขึ้นราและเช็ดแล้วราก็กลับมาอีกเป็นปัญหาที่พบบ่อย เพราะการเช็ดเฉย ๆ ไม่ได้แก้ต้นเหตุ บทความนี้เล่าว่าควรแก้ที่ตรงไหนก่อน และเช็ดอย่างไรให้ปลอดภัย
ทำไมเช็ดแล้วราก็กลับมา
ราขึ้นเพราะความชื้นสูงและอากาศไม่ถ่ายเท ถ้าสาเหตุยังอยู่ การเช็ดคราบออกก็เหมือนตัดใบ แต่ไม่ได้ถอนราก เมื่อตู้เสื้อผ้าขึ้นรา จึงต้องดูว่าความชื้นมาจากไหน เช่น ผนังที่ติดตู้ชื้น ตู้ชิดกำแพงมากเกินไป เสื้อผ้าที่ยังไม่แห้งสนิทถูกเก็บเข้าตู้ หรือห้องที่ปิดทึบไม่มีอากาศผ่านเลย ตู้เสื้อผ้าขึ้นราจึงมักเริ่มจากจุดที่อากาศนิ่งที่สุด เช่น มุมล่างหรือด้านหลังที่ติดผนัง ให้ดูจุดเหล่านี้ก่อนเสมอ และสังเกตว่าราขึ้นเฉพาะด้านที่ติดผนังหรือขึ้นทั่วทั้งตู้ ซึ่งบอกต้นเหตุได้ต่างกัน
ตู้เสื้อผ้าที่ตั้งชิดผนังด้านนอกหรือผนังห้องน้ำมักชื้นกว่าตู้ที่ตั้งห่างจากผนังเล็กน้อย บ้านที่เปิดแอร์ไม่สม่ำเสมอ ความชื้นจะเข้าตู้ในช่วงที่ปิดแอร์และอุณหภูมิเปลี่ยน เมื่อเข้าใจต้นเหตุแล้วจะเลือกวิธีแก้ได้ตรงกว่า ตู้เสื้อผ้าขึ้นราซ้ำในจุดเดิมหลายครั้งมักบอกว่าต้นเหตุยังไม่ถูกแก้ ไม่ใช่เพราะเช็ดไม่สะอาด
แก้ที่ความชื้นก่อน
ให้แก้ที่ความชื้นก่อนการเช็ด เช่น เปิดบานตู้ทิ้งไว้ให้อากาศผ่านวันละช่วงสั้น ๆ ขยับตู้ให้ห่างผนังเล็กน้อยถ้าทำได้ เว้นระยะระหว่างเสื้อผ้าไม่ให้อัดแน่น และไม่เก็บเสื้อผ้าที่ยังไม่แห้งสนิทเข้าตู้ ถ้าใช้เครื่องดูดความชื้นหรือซองดูดความชื้น ให้ตรวจและเปลี่ยนตามเวลาที่ผู้ผลิตแนะนำ ถ้าห้องมีแอร์ ให้เปิดเป็นช่วง ๆ ในตอนที่ความชื้นสูง และเปิดประตูตู้ในห้องที่ลมผ่านดี การระบายอากาศที่สม่ำเสมอช่วยได้มากกว่าการเช็ดบ่อย ๆ ในกรณีที่ตู้เสื้อผ้าขึ้นรา
ไม่ควรเก็บของที่ชื้นง่ายไว้ในตู้ เช่น รองเท้าที่เพิ่งใส่ ผ้าเช็ดตัวที่ยังหมาด หรือถุงพลาสติกที่อัดแน่น เพราะสร้างความชื้นสะสมในตู้ได้ ถ้าตู้มีช่องระบายอากาศ ก็อย่าเอาของไปปิดช่องนั้น ผ้าที่ซักแล้วควรตากให้แห้งสนิทอย่างน้อยหนึ่งวันก่อนพับเก็บ โดยเฉพาะช่วงฝนที่ผ้าแห้งช้า มิฉะนั้นตู้เสื้อผ้าขึ้นราเร็วกว่าที่คิด
- เปิดบานตู้ให้อากาศผ่านวันละช่วงสั้น ๆ
- ขยับตู้ให้ห่างผนังเล็กน้อย
- เว้นระยะเสื้อผ้าไม่ให้อัดแน่น
- ไม่เก็บเสื้อผ้าที่ยังไม่แห้งสนิท
สวมหน้ากากและถุงมือตอนเช็ด
เมื่อต้องเช็ดราออก ให้สวมหน้ากากและถุงมือทุกครั้ง เพราะผงจากราอาจฟุ้งขึ้นมาขณะเช็ด ควรเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ใช้ผ้าหมาด ๆ เช็ดเบา ๆ ไม่ปัดหรือโบกแรง ๆ แล้วทิ้งผ้าที่ใช้เช็ดทันทีหรือซักแยกต่างหาก บทความนี้ไม่ให้คำแนะนำเรื่องสุขภาพจากผงรา ถ้าใครมีอาการแพ้ควรหลีกเลี่ยงการเช็ดเองและปรึกษาแพทย์ ควรเช็ดจากส่วนที่ราน้อยไปหามาก เพื่อไม่ให้ลากราไปติดส่วนที่ยังสะอาด และใช้ผ้าแยกสำหรับแต่ละส่วนถ้าทำได้
ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ฉลากระบุว่าใช้กับพื้นผิวนั้นได้ และอ่านวิธีใช้ทุกครั้ง ไม่ผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน เพราะอาจเกิดก๊าซที่เป็นอันตราย หลังเช็ดแล้วต้องปล่อยให้ผนังตู้แห้งสนิทก่อนเก็บของกลับเข้าไป เพราะความชื้นที่เหลืออยู่คือสิ่งที่ทำให้ราขึ้นใหม่
| ขั้นตอน | สิ่งที่ควรทำ | สิ่งที่ควรเลี่ยง |
|---|---|---|
| หาต้นเหตุ | ดูผนังที่ติดตู้ ระยะห่างจากผนัง และเสื้อผ้าที่ชื้น | เช็ดอย่างเดียวโดยไม่แก้ความชื้น |
| ตอนเช็ด | สวมหน้ากากและถุงมือ เปิดหน้าต่างระบายอากาศ | ปัดหรือโบกแรง ๆ ให้ผงฟุ้ง |
| หลังเช็ด | รอให้ผนังตู้แห้งสนิทก่อนเก็บของกลับ | เก็บของกลับขณะที่ยังชื้น |
ไม่ลงแว็กหรือน้ำมันและราหนักให้ปรึกษาช่าง
ไม่ลงแว็กหรือน้ำมันเคลือบผนังตู้หลังเช็ด เพราะคราบเหล่านี้อาจกลายเป็นอาหารของราและทำให้กลับมาเร็วขึ้น ให้ปล่อยพื้นผิวเป็นไม้หรือวัสดุเดิมที่แห้งและสะอาดจะดีกว่า การเคลือบทับโดยไม่แก้ความชื้นเป็นการปิดปัญหามากกว่าการแก้ เพราะผิวเรียบที่ไม่มีสารตกค้างทำให้เช็ดครั้งต่อไปง่ายขึ้นและรู้ทันทีว่าราเริ่มกลับมาหรือยัง
ถ้าราหนักจนเช็ดแล้วไม่หาย แผ่นไม้ผนังตู้บวมหรือผุ มีกลิ่นอับแรงตลอดเวลา หรือราขึ้นเป็นบริเวณกว้าง ราหนักให้ปรึกษาช่าง เพราะอาจมีความชื้นสะสมจากโครงสร้างหรือผนังที่ต้องตรวจสอบ ไม่ควรฝืนเช็ดเองจนเกินกำลัง และไม่รับประกันว่าราจะไม่กลับมาอีกแม้เช็ดอย่างถูกวิธีแล้วก็ตาม
เสื้อผ้าที่ราขึ้นแล้ว ให้ซักตามป้ายดูแลผ้าและตากให้แห้งสนิท ถ้าเป็นผ้าที่ซักเองไม่ได้ อย่างขนสัตว์หรือผ้าที่ต้องซักแห้ง ให้ถามเจ้าของก่อนเสมอ และบริษัทจัดหาแม่บ้านไม่รับผิดชอบเสื้อผ้าหรือตู้ที่เสียหายจากความชื้น
บ้านที่ไม่มีเวลาดูแลเรื่องนี้เอง อาจพิจารณาหาแม่บ้านมาช่วยดูแลงานบ้านประจำรวมถึงเปิดตู้ ระบายอากาศ และเช็ดตามวิธีที่ตกลงกัน หรือจัดหาแม่บ้านที่ช่วยงานบ้านทั่วไป แม่บ้านเช็ดตามที่บอกได้ แต่ไม่ใช่ช่าง ไม่ตรวจโครงสร้าง และไม่รับประกันผล ควรบอกขอบเขตงานและสิ่งที่ต้องระวังให้ชัดตั้งแต่ต้น
โดยสรุป เมื่อตู้เสื้อผ้าขึ้นราและเช็ดแล้วราก็กลับมา ให้แก้ที่ความชื้นก่อน สวมหน้ากากและถุงมือตอนเช็ด ไม่ลงแว็กหรือน้ำมัน และถ้าราหนักให้ปรึกษาช่าง ไม่รับประกันว่าราจะไม่กลับมา แต่แก้ที่ต้นเหตุช่วยลดโอกาสได้มาก
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยามช่วยจับคู่แม่บ้านที่ช่วยงานบ้านตามที่ตกลงกันได้ แจ้งสภาพบ้านและสิ่งที่ต้องการให้ระวังตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้คนที่เหมาะกับงานจริงและทำงานร่วมกันได้ราบรื่น
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] EPA อธิบายคู่มือเรื่องความชื้นและเชื้อราในบ้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ที่ความชื้นก่อนการเช็ดรา. https://www.epa.gov/mold/brief-guide-mold-moisture-and-your-home
[2] EPA แนะนำวิธีจัดการเชื้อราในบ้านที่เปียกชื้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสวมหน้ากากและถุงมือและการตากให้แห้ง. https://www.epa.gov/mold/mold-cleanup-your-home
![]()