พี่เลี้ยงเด็กหลายคนที่บ่นเหนื่อยแต่ไม่ขอขึ้นเงิน มักถูกเจ้าของบ้านมองข้ามไป เพราะคิดว่าถ้าไม่พูดถึงเรื่องเงินก็คงไม่ได้เดือดร้อนอะไรมาก ความจริงแล้วการไม่กล้าขอขึ้นเงิน อาจไม่ได้แปลว่าไม่ต้องการ แต่เป็นเพราะเกรงใจหรือไม่มั่นใจว่าจะพูดยังไง คำถามที่นายจ้างควรถามตัวเองคือ ควรรอให้พี่เลี้ยงขอเอง หรือควรอ่านสัญญาณแล้วขึ้นเงินให้ก่อน
สัญญาณหมดไฟที่ควรอ่านให้ออก
ก่อนตัดสินใจเรื่องเงิน ควรสังเกตสัญญาณหมดไฟที่มักมาก่อนคำบ่นเรื่องความเหนื่อย เพราะบางครั้งพี่เลี้ยงเองก็ไม่รู้ตัวว่ากำลังหมดไฟ จนกระทบงานหรือความสัมพันธ์กับเด็กในที่สุด พี่เลี้ยงที่บ่นเหนื่อยแต่ไม่ขอขึ้นเงิน มักส่งสัญญาณเหล่านี้ก่อนพูดออกมาตรง ๆ เสมอ
| สัญญาณ | ความหมาย |
|---|---|
| บ่นเหนื่อยบ่อยขึ้นแม้งานเท่าเดิม | ร่างกายหรือใจเริ่มรับภาระไม่ไหว |
| ทำงานช้าลงหรือหลงลืมมากขึ้น | สมาธิและพลังงานลดลง |
| ตอบคำถามเด็กสั้นลง ดูเหนื่อยล้า | เริ่มมีระยะห่างทางอารมณ์ |
| ถามเรื่องวันหยุดบ่อยขึ้นผิดปกติ | ต้องการพักแต่ไม่กล้าพูดตรง ๆ |
ทำไมพี่เลี้ยงหลายคนไม่กล้าขอขึ้นเงิน
เหตุผลที่พี่เลี้ยงหลายคนบ่นเหนื่อยแต่ไม่ขอขึ้นเงิน มักมาจากความเกรงใจ กลัวถูกมองว่าเรียกร้องมากเกินไป หรือกลัวว่าถ้าขอแล้วนายจ้างไม่พอใจ อาจกระทบความสัมพันธ์หรือถึงขั้นเลิกจ้าง โดยเฉพาะพี่เลี้ยงที่ผูกพันกับเด็กมากแล้ว ยิ่งไม่อยากเสี่ยงทำให้ความสัมพันธ์นี้สั่นคลอน บางคนเปรียบเทียบกับพี่เลี้ยงบ้านอื่นที่ได้เงินเดือนสูงกว่า แต่ก็ยังไม่กล้าพูดออกมา เพราะไม่รู้จะเริ่มบทสนทนายังไงโดยไม่ให้ฟังดูเหมือนกำลังต่อรองหรือขู่จะลาออก
ขึ้นเงินเองก่อนถูกขอ ดีหรือเสียยังไง
การขึ้นเงินให้ก่อนที่พี่เลี้ยงจะขอ มีทั้งข้อดีและสิ่งที่ต้องระวัง นายจ้างควรชั่งน้ำหนักให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่แค่เพราะพี่เลี้ยงบ่นเหนื่อยแต่ไม่ขอขึ้นเงินครั้งเดียวแล้วรีบตัดสินใจทันที
| มุมมอง | ข้อดี | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| ต่อความสัมพันธ์ | แสดงว่านายจ้างใส่ใจ สร้างความไว้ใจ | ถ้าให้บ่อยเกินไปอาจทำให้คาดหวังสูงขึ้นเรื่อย ๆ |
| ต่อการรักษาคน | ลดโอกาสที่พี่เลี้ยงจะลาออกไปหางานใหม่ | ต้องดูงบประมาณบ้านให้เหมาะสมด้วย |
| ต่อบรรยากาศทำงาน | พี่เลี้ยงทำงานสบายใจ ไม่ต้องกดดันตัวเอง | ควรอธิบายเหตุผลให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่ให้เฉย ๆ |
ทางเลือกอื่นนอกจากเงิน
ถ้างบประมาณบ้านยังไม่พร้อมขึ้นเงินตอนนี้ ยังมีทางเลือกอื่นนอกจากเงินที่ช่วยได้เช่นกัน และบางครั้งพี่เลี้ยงอาจต้องการสิ่งเหล่านี้มากกว่าเงินด้วยซ้ำ
- เพิ่มวันหยุดหรือวันลาพักผ่อนที่ยืดหยุ่นขึ้น
- จัดเวลาพักระหว่างวันให้ชัดเจนขึ้น ไม่ใช่แค่ตามสะดวก
- หาผู้ช่วยมาแบ่งเบางานในช่วงที่งานหนักเป็นพิเศษ
- มอบสวัสดิการเล็ก ๆ เช่นค่าเดินทางหรือของใช้ที่จำเป็น
จะขึ้นเงินเท่าไหร่ถึงเหมาะ
ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน แต่หลักการทั่วไปคือควรสอดคล้องกับภาระงานที่เพิ่มขึ้นจริง และเทียบเคียงกับอัตราตลาดในช่วงเวลานั้น การขึ้นแบบมีเหตุผลชัดเจน ดีกว่าขึ้นแบบสุ่มโดยไม่มีเกณฑ์ เพราะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันว่าทำไมถึงปรับ
บ้านที่ไม่แน่ใจว่าควรขึ้นเท่าไหร่ ลองเริ่มจากสอบถามอัตราค่าจ้างพี่เลี้ยงในพื้นที่ใกล้เคียงหรือผ่านศูนย์จัดหาที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ตัวเลขอ้างอิงที่สมเหตุสมผล การขึ้นเงินทีละน้อยแต่สม่ำเสมอทุกปี มักได้ผลดีกว่าการรอจนต้องขึ้นก้อนใหญ่ทีเดียวเมื่อพี่เลี้ยงเริ่มไม่พอใจแล้ว
คุยกับพี่เลี้ยงยังไง ไม่ให้รู้สึกแปลก
เมื่อจะขึ้นเงินให้ก่อนถูกขอ ควรพูดตรง ๆ ว่าเห็นความตั้งใจและอยากตอบแทนอย่างเหมาะสม แทนที่จะให้แบบเงียบ ๆ โดยไม่บอกอะไร เพราะพี่เลี้ยงอาจสงสัยหรือกังวลไปเองว่าทำอะไรผิดหรือเปล่า การพูดให้ชัดช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจและเข้าใจตรงกัน เลือกจังหวะที่เงียบสงบ ไม่เร่งรีบ และให้เวลาพี่เลี้ยงถามคำถามหรือแสดงความรู้สึกกลับมาได้ด้วย แทนที่จะแจ้งแล้วจบการสนทนาทันที
พี่เลี้ยงเด็กที่บ่นเหนื่อยแต่ไม่ขอขึ้นเงิน มักส่งสัญญาณหมดไฟที่นายจ้างควรอ่านให้ออกก่อนสายเกินไป การขึ้นเงินเองก่อนถูกขอช่วยรักษาคนได้ แต่ถ้างบประมาณยังไม่พร้อม ทางเลือกอื่นอย่างวันหยุดหรือเวลาพักก็ช่วยได้เช่นกัน
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยาม ช่วยเจ้าของบ้านดูแลความสัมพันธ์กับพี่เลี้ยงให้ยั่งยืน บริการพี่เลี้ยงของเราให้คำแนะนำเรื่องการรักษาคนและการดูแลสวัสดิการที่เหมาะสม ทีมงานของเรายินดีให้คำปรึกษาสำหรับทุกบ้านที่กำลังมองหาบริการจ้างพี่เลี้ยงเด็ก
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] WHO ข้อมูลพัฒนาการเด็กปฐมวัย ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานทั่วไปเรื่องความสำคัญของความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างเด็กกับผู้ดูแลประจำ. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/early-child-development
[2] UNICEF เรื่องการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานทั่วไปเรื่องบทบาทผู้ดูแลและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ดูแลเด็ก. https://www.unicef.org/parenting/child-care