แม่บ้านสยาม
อบรมก่อนส่ง ตรวจจริง 6 โรค
  • (ฟรี) ตรวจหาสารเสพติด
  • ตรวจการตั้งครรภ์

นายจ้างสามารถแจ้งให้ตรวจโรคอื่นๆเพิ่มเติมได้

พี่เลี้ยงเด็กคนเดียวดูแลลูกสองคน ไหวจริงไหม

พี่เลี้ยงดูแลลูกสองคนไหวไหม
สัญญาณพี่เลี้ยงงานล้นมือ ต้องรู้ทัน

เจ้าของบ้านหลายคนอยากประหยัดค่าใช้จ่าย จึงให้ พี่เลี้ยงเด็กคนเดียวดูแลลูกสองคน พร้อมกัน โดยไม่ทันคิดว่างานจะหนักแค่ไหนจริง ๆ คำถามนี้ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน เพราะขึ้นอยู่กับช่วงวัยของลูกทั้งสองคน ความห่างของอายุ และงานอื่นที่พี่เลี้ยงต้องรับผิดชอบร่วมด้วย การถามตรง ๆ ว่าไหวไหม จึงสำคัญกว่าการเดาเอาเองว่าน่าจะไหว หลายครอบครัวตัดสินใจจากมุมมองของเจ้าของบ้านฝ่ายเดียว โดยไม่ได้ถามความเห็นของพี่เลี้ยงเลยตั้งแต่ต้น ทั้งที่คนที่ต้องรับภาระงานจริงคือพี่เลี้ยง ไม่ใช่เจ้าของบ้าน

ช่วงวัยแบบไหนที่พี่เลี้ยงคนเดียวเอาอยู่

ถ้าลูกทั้งสองคนโตพอที่จะเดินเอง และฟังคำสั่งง่าย ๆ ได้แล้ว เช่นอายุตั้งแต่สี่ขวบขึ้นไปทั้งคู่ พี่เลี้ยงหนึ่งคนมักดูแลไหว โดยไม่เหนื่อยเกินไป แต่ถ้าลูกคนหนึ่งยังเป็นทารกที่ต้องอุ้มตลอดเวลา ส่วนอีกคนกำลังซนวัยหัดเดิน สถานการณ์นี้ถือว่าหนักมากสำหรับคนคนเดียว เพราะทารกต้องการความใส่ใจแบบเต็มเวลา ในขณะที่เด็กวัยหัดเดินต้องการคนตามดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาเช่นกัน ถ้าเจ้าของบ้านไม่แน่ใจว่าลูกตัวเองอยู่ในกลุ่มไหน ลองสังเกตดูว่าต้องอุ้ม หรือต้องตามประกบตลอดเวลาหรือไม่ ถ้าใช่ นั่นคือสัญญาณว่างานหนักกว่าปกติ

ความห่างของอายุมีผลไม่แพ้จำนวนเด็ก ลูกฝาแฝดวัยเดียวกันบางครั้งดูแลง่ายกว่าลูกสองคนที่ห่างกันแค่หนึ่งถึงสองปี เพราะพฤติกรรม และความต้องการของเด็กสองวัยที่ต่างกันมาก อาจดึงความสนใจของพี่เลี้ยงไปคนละทิศทางพร้อมกัน บ้านที่มีพี่เลี้ยงดูแลเด็กสองคนมานาน มักบอกตรงกันว่าช่วงที่ยากที่สุดคือตอนที่เด็กทั้งสองต้องการความสนใจพร้อมกันในเวลาเดียวกัน เช่น ตอนหิวพร้อมกัน หรือร้องไห้พร้อมกัน

ถ้าเจ้าของบ้านเคยลองดูแลเด็กสองคนด้วยตัวเองสักครึ่งวัน ก็มักเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมพี่เลี้ยงถึงเหนื่อยกว่าที่คิด เพราะความเหนื่อยแบบนี้ไม่ใช่แค่เหนื่อยแรงกาย แต่เป็นความเหนื่อยจากการต้องแบ่งความสนใจ และ ความอดทน ตลอดเวลาด้วย

สถานการณ์ ระดับความหนัก เหมาะกับพี่เลี้ยงกี่คน
ลูกสองคน อายุสี่ขวบขึ้นไปทั้งคู่ เบาถึงปานกลาง พี่เลี้ยงหนึ่งคน มักไหว สบาย
ทารกหนึ่งคน กับเด็กวัยหัดเดินหนึ่งคน หนักมาก ควรมีคนช่วยเสริมบางช่วงเวลา
ลูกแฝดวัยเดียวกัน ปานกลางถึงหนัก ขึ้นกับ พัฒนาการของเด็กแต่ละคน
เด็กวัยประถม สองคน เบา พี่เลี้ยงหนึ่งคน มักไหว สบาย
ทารก และ เด็กวัยประถม หนักปานกลาง ขึ้นกับ ความช่วยเหลือ จากคนอื่นในบ้าน และ ตารางเวลา ในแต่ละวัน

เด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือมีปัญหาสุขภาพที่ต้องดูแลใกล้ชิด ควรนับเป็นอีกกรณีต่างหาก ไม่ใช้เกณฑ์อายุทั่วไปตัดสิน เพราะ ความปลอดภัยเด็ก ในกรณีแบบนี้ต้องการความใส่ใจมากกว่าปกติ เจ้าของบ้านควรพูดคุยเรื่องนี้กับพี่เลี้ยงตรง ๆ ตั้งแต่วันสัมภาษณ์งาน ไม่ใช่ปล่อยให้เจอหน้างานเองในวันแรก

ผู้ใหญ่คนอื่นในบ้านช่วยแบ่งเบาได้แค่ไหน

บ้านที่มีผู้ใหญ่คนอื่นอยู่บ้านด้วยในบางช่วงเวลา เช่น ปู่ย่าตายาย หรือเจ้าของบ้านที่ทำงานจากบ้าน มักช่วยแบ่งเบาภาระของพี่เลี้ยงได้มากกว่าบ้านที่พี่เลี้ยงต้องอยู่กับเด็กสองคนตามลำพังตลอดทั้งวัน ถ้า บ้านไหน มี ผู้ใหญ่ช่วยได้บางช่วง ควร บอกพี่เลี้ยงให้ชัดเจนว่าช่วงไหนมีคนช่วย และ ช่วงไหนต้องดูแลคนเดียวจริง ๆ เพื่อ ให้พี่เลี้ยงวางแผนพลังงานของตัวเองได้ถูกต้อง

สัญญาณว่างานเกินกำลังพี่เลี้ยง

ถ้าพี่เลี้ยงเริ่มดูอ่อนล้าผิดปกติ หงุดหงิดง่ายกว่าเดิม หรือเริ่มลืมงานเล็ก ๆ ที่เคยทำได้ นั่นคือสัญญาณของ งานเกินกำลังพี่เลี้ยง ที่เจ้าของบ้านไม่ควรมองข้าม เด็กที่ดูแลก็อาจส่งสัญญาณด้วย เช่นกัน เช่น ร้องไห้บ่อยขึ้น โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน หรือมีรอยฟกช้ำเล็ก ๆ ที่เกิดจากการดูไม่ทันบ่อยกว่าปกติ

  • พี่เลี้ยงดูอ่อนล้าผิดปกติ หรือหงุดหงิดง่ายขึ้น
  • ลืมงานเล็กที่เคยทำได้เป็นประจำ
  • เด็กร้องไห้บ่อยขึ้น โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • มีรอยฟกช้ำเล็กจากการดูไม่ทันบ่อยกว่าเดิม
  • พี่เลี้ยงเริ่มพูดถึงงานในแง่ลบบ่อยขึ้นกว่าเดิม

บางบ้านรอจนพี่เลี้ยงบ่นเองถึงจะรู้ตัวว่างานหนักเกินไป ทั้งที่จริง แล้วเจ้าของบ้านควรถามความรู้สึกของพี่เลี้ยงเป็นระยะ ไม่ใช่รอให้ทนจนถึงจุดที่ลาออกกะทันหัน เพราะกว่าจะหาคนใหม่มาแทนก็ใช้เวลาไม่น้อย และเด็กเองก็ต้องปรับตัวกับคนดูแลใหม่อีกรอบ การถามคำถามง่าย ๆ อย่างช่วงนี้ไหวไหม ทุกสัปดาห์ ก็เพียงพอที่จะเปิดโอกาสให้พี่เลี้ยงพูดความรู้สึกจริงออกมาได้แล้ว คำถาม สั้น ๆ แบบนี้ ใช้เวลาไม่ถึงนาที แต่ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าเจ้าของบ้านใส่ใจ

ทางเลือกเมื่อพี่เลี้ยงเริ่มรับมือไม่ไหว

ปรับงานพี่เลี้ยง ให้เบาลง คือ ทางเลือกแรกที่ทำได้ทันที เช่น ลดงานบ้านอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเด็กออกจากหน้าที่พี่เลี้ยง ให้โฟกัสที่ดูแลเด็กอย่างเดียว ทางเลือกที่สองคือ จ้างพี่เลี้ยงเพิ่ม อีกหนึ่งคนสำหรับบางช่วงเวลาที่หนักที่สุดของวัน เช่นช่วงเช้าที่ต้องเตรียมทั้งสองคนไปโรงเรียนพร้อมกัน ทางเลือกที่สามคือให้แม่บ้านที่มีอยู่ แล้วในบ้านช่วยแบ่งเบางานบางส่วน เช่น ช่วยดูเด็กช่วงสั้น ๆ ตอนพี่เลี้ยงเตรียมอาหาร หรือพักเบรก

  • ลดงานบ้านอื่นออกจากหน้าที่พี่เลี้ยง ให้โฟกัสที่เด็ก
  • จ้างพี่เลี้ยงเพิ่มเฉพาะช่วงเวลาที่หนักที่สุด
  • ให้แม่บ้านช่วยแบ่งเบางานบางส่วนในบ้าน
  • ทบทวนภาระงานร่วมกันทุกหนึ่งถึงสองเดือน
  • ถามพี่เลี้ยงว่าอยากให้ช่วยเรื่องไหนมากที่สุด
  • จดบันทึกภาระงาน เพื่อดูภาพรวม เป็นระยะ

ก่อน จ้างพี่เลี้ยงเด็ก คนใหม่ เพิ่ม เจ้าของบ้านควรคำนวณงบประมาณ และตารางเวลาที่ชัดเจนก่อน ไม่ใช่ตัดสินใจกะทันหันตอนพี่เลี้ยงคนเดิมเริ่มบ่น การวางแผนล่วงหน้าช่วยให้การเปลี่ยนแปลงราบรื่นกว่า ทั้งสำหรับพี่เลี้ยงคนเดิม และเด็กที่ต้องปรับตัวกับคนใหม่ บางบ้านเลือกจ้างพี่เลี้ยงคนที่สองแบบพาร์ตไทม์ก่อน เพื่อดูว่าช่วยแบ่งเบางานได้จริงแค่ไหน ก่อนตัดสินใจจ้างเป็นพนักงานประจำเต็มเวลา วิธีนี้ยังช่วยให้เจ้าของบ้านประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงทดลอง ก่อนที่จะผูกมัดกับสัญญาจ้างระยะยาว

เปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ

แต่ละทางเลือกมีข้อดี และข้อจำกัดต่างกัน เจ้าของบ้านควรพิจารณาทั้งงบประมาณ ตารางเวลา และความรู้สึกของพี่เลี้ยงคนเดิมประกอบกัน ไม่ใช่เลือกจากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว เพราะทางเลือกที่ถูกที่สุดในระยะสั้น อาจไม่ใช่ทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว ถ้าพี่เลี้ยงคนเดิมทนงานหนักจนหมดไฟ และลาออกไปในที่สุด

ทางเลือก งบประมาณ เหมาะกับสถานการณ์แบบไหน
ปรับงานให้เบาลง ไม่เพิ่มค่าใช้จ่าย งานหนักเฉพาะบางช่วง ปรับตารางได้
จ้างพี่เลี้ยงเพิ่มบางช่วงเวลา เพิ่มปานกลาง ช่วงเช้า หรือเย็นหนักเป็นประจำ
จ้างพี่เลี้ยงคนที่สองเต็มเวลา เพิ่มสูงสุด งานหนักตลอดวันทุกวัน

คุยกับพี่เลี้ยงอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่ต้น

บ้านที่ตกลงเรื่องภาระงานให้ชัดเจนตั้งแต่วันสัมภาษณ์งาน มักไม่ต้องเจอปัญหาพี่เลี้ยงลาออกกะทันหันในภายหลัง ควรถามตรง ๆ ตั้งแต่ต้นว่าเคยดูแลเด็กสองคนพร้อมกันมาก่อนไหม รู้สึกอย่างไรกับงานแบบนี้ ไม่ใช่สมมติเอาเองว่าพี่เลี้ยงทุกคนต้องทำได้เหมือนกันหมด การเปิดใจฟังความเห็นของพี่เลี้ยงตั้งแต่ต้น ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายวางแผนงานได้สมจริงกว่าการคาดหวังลอย ๆ พี่เลี้ยง แต่ละคน มีจุดแข็ง และ ข้อจำกัดต่างกัน บาง คน ถนัดดูแลทารก แต่ ไม่ถนัดวิ่งตามเด็กวัยหัดเดิน ในขณะที่บางคนตรงกันข้าม เจ้าของบ้านที่รู้จุดนี้ ตั้งแต่ต้น จะวางแผนมอบหมายงานได้เหมาะสมกว่า

  • ถามประสบการณ์ดูแลเด็กหลายคนพร้อมกันตั้งแต่วันสัมภาษณ์
  • เปิดใจฟังความเห็นของพี่เลี้ยงเรื่องภาระงาน
  • นัดทบทวนภาระงานร่วมกันเป็นระยะ
  • เขียนขอบเขตหน้าที่ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ตกลงล่วงหน้าว่าจะทำอย่างไร ถ้างานเกินกำลังจริง
  • เปิดช่องทางให้พี่เลี้ยงติดต่อได้ทันที ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • ถามความเห็น เรื่องวิธีรับมือ เมื่อเด็กสองคนร้องไห้พร้อมกัน
  • ทบทวนงบประมาณ สำหรับคนช่วยเสริม เป็นประจำทุกปี

บางบ้านกังวลว่าการถามพี่เลี้ยงตรง ๆ จะทำให้ดูเหมือนไม่มั่นใจในตัวพี่เลี้ยง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การถามแสดงให้เห็นว่าเจ้าของบ้านใส่ใจความเป็นอยู่ของคนทำงาน ไม่ใช่มองแค่ว่างานเสร็จ หรือไม่เสร็จเพียงอย่างเดียว พี่เลี้ยงที่รู้สึกว่าเสียงของตัวเองมีความหมาย มักทำงานด้วยความเต็มใจมากกว่าคนที่รู้สึกว่าต้องทนอย่างเดียว ถ้าเป็นไปได้ ควรนัดคุยสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการทุกสัปดาห์ แทนที่จะรอให้มีปัญหาก่อนถึงจะเปิดปากคุยกัน เพราะการพูดคุยสม่ำเสมอช่วยให้จับสัญญาณเล็ก ๆ ได้ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่

พี่เลี้ยงเด็กคนเดียวดูแลลูกสองคน ไหวได้จริงในบางช่วงวัยเท่านั้น ไม่ใช่ทุกสถานการณ์ สังเกตสัญญาณงานล้นมือ และ พร้อม ปรับงาน เพิ่มคน หรือ ให้แม่บ้านช่วยบางส่วน ก่อนที่พี่เลี้ยงจะทนไม่ไหวจนลาออก

ครอบครัวที่หมั่นถามความรู้สึกพี่เลี้ยงเป็นระยะ มักไม่ต้องเจอปัญหาลาออกกะทันหัน เพราะจับสัญญาณงานหนักได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่จะสายเกินแก้ การดูแลเด็กสองคนพร้อมกันไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนเงียบ ๆ ฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องที่เจ้าของบ้าน และพี่เลี้ยงควรคุยกันอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่ต้น

ครอบครัวที่ปรับงานให้เหมาะกับกำลังของพี่เลี้ยงได้ทัน มักรักษาคนทำงานดี ๆ ไว้ได้นานกว่าครอบครัวที่ปล่อยให้ทนจนหมดไฟ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการจ้างคนช่วยเสริม มักน้อยกว่าค่าใช้จ่าย และเวลาที่ต้องเสียไปกับการหาพี่เลี้ยงคนใหม่ทั้งหมดในระยะยาว เรื่องนี้ ไม่ใช่ แค่เรื่องเงิน แต่ เป็นเรื่องความมั่นคง ของ ทั้งเด็ก และ ครอบครัวด้วย

ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม

แม่บ้านสยาม ช่วยเจ้าของบ้าน หาพี่เลี้ยงเด็กที่เหมาะกับจำนวน และช่วงวัยของลูก บริการพี่เลี้ยง ของเราช่วยประเมินภาระงานตั้งแต่ก่อนเริ่มจ้าง เพื่อลดปัญหางานเกินกำลังในภายหลัง ทีมงานของเรายินดีให้คำปรึกษาเรื่องการจัดสรรงานระหว่างพี่เลี้ยงและแม่บ้านในบ้านเดียวกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตารางเวลา หรือการแบ่งหน้าที่ หรือการหาคนช่วยเสริม ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

อ้างอิง

[1] WHO แนวทางพัฒนาการเด็กปฐมวัย เกี่ยวข้องกับความต้องการดูแลใกล้ชิดตามช่วงวัย. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/early-child-development

[2] UNICEF เรื่องการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก เกี่ยวข้องกับการจัดสรรความใส่ใจเมื่อดูแลเด็กหลายคนพร้อมกัน. https://www.unicef.org/parenting/child-care

แชร์บทความนี้ไปที่...

Facebook
X
WhatsApp
Email
Threads