พ่อแม่หลายคนเพิ่งมาสังเกตว่า พี่เลี้ยงเด็ก ถ่ายรูปลูกตัวเองแล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย โดยไม่เคยขออนุญาต บางคนรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ารักไม่มีพิษภัย แต่บางคนกังวลเรื่องความปลอดภัย และ ความเป็นส่วนตัวของลูก คำถามคือ ห้ามได้ไหม และ ควรเริ่มคุยเรื่องนี้อย่างไร เพราะ ถ้า ปล่อยผ่านไปเรื่อย ๆ โดยไม่ตั้งกฎ และ ไม่คุยให้ชัด ปัญหานี้อาจบานปลายกว่าที่คิดเมื่อ เวลาผ่านไปนาน
ปัญหานี้พบได้บ่อยกว่าที่คิด เพราะ พี่เลี้ยงเด็ก หลายคนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร แต่ความรู้สึกดีของพี่เลี้ยง กับ ความปลอดภัยของเด็ก เป็นคนละเรื่องกัน พ่อแม่จึงมีสิทธิ์เต็มที่ในการวางกฎเรื่องนี้ ไม่ต้องรู้สึกผิดที่จะห้าม เพราะ ถ้า ไม่ห้าม และ เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น พ่อแม่ก็เป็นฝ่ายรับผลนั้นเต็ม ๆ ไม่ใช่พี่เลี้ยง แม้ แต่น้อย
ความเสี่ยงจริงของรูปเด็กบนโลกออนไลน์
รูปเด็กที่ดูไร้เดียงสา อาจเปิดเผยข้อมูลมากกว่าที่คิด เช่น หน้าตาโรงเรียน เครื่องแบบ สถานที่ที่ไปประจำ หรือ แม้ แต่ตำแหน่งบ้านจากภาพพื้นหลัง ข้อมูลเหล่านี้ เมื่อรวมกันหลายโพสต์ อาจถูกใช้ในทางที่ไม่ดีได้ โดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัว เพราะ ถ้า มีคนเก็บรวบรวมข้อมูลจากหลายโพสต์ และ เชื่อมโยงกัน ก็จะรู้กิจวัตรของเด็กได้ทั้งหมด โดยที่ เด็กเองก็ไม่รู้ว่าถูกติดตามอยู่
นอกจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ยังมีเรื่องความเป็นส่วนตัวในระยะยาว เด็กที่โตขึ้นมาอาจไม่ต้องการให้รูปตอนเด็กของตัวเอง อยู่บนโลกออนไลน์แบบที่ตัวเองไม่เคยยินยอม การตัดสินใจแทนเด็กในเรื่องนี้ จึงควรเป็นสิทธิ์ของพ่อแม่เท่านั้น ไม่ใช่ของพี่เลี้ยง เพราะ เมื่อ เด็กโตพอที่จะเข้าใจ และ ไม่พอใจที่เห็นรูปตัวเองถูกเผยแพร่ไปแล้ว ก็ไม่มีทางย้อนกลับไปลบได้หมดทุกที่
บัญชีโซเชียลมีเดียของพี่เลี้ยง มักตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไม่รัดกุมเท่ากับบัญชีของพ่อแม่ ทำให้รูปที่โพสต์ไป อาจถูกมองเห็น โดยคนที่พี่เลี้ยงเองก็ไม่รู้จักดีพอ นี่คือความเสี่ยงที่มักถูกมองข้ามไป เพราะ คิดว่าเป็นแค่การแชร์กับเพื่อนสนิทเท่านั้น เพราะ ถ้า บัญชีนั้นเคยถูกแฮก หรือ ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวผิดพลาดแม้เพียงครั้งเดียว ข้อมูลทั้งหมดก็อาจหลุดออกไปในทันที โดยที่ ไม่มีใครรู้ตัว ก่อนเลย
| ความเสี่ยง | ตัวอย่าง | ผลที่อาจเกิดขึ้น |
|---|---|---|
| เปิดเผยตำแหน่งที่อยู่ | รูปหน้าบ้าน หรือ สถานที่ไปประจำ | คนแปลกหน้ารู้กิจวัตรของเด็ก |
| เปิดเผยข้อมูลโรงเรียน | เครื่องแบบ หรือ ป้ายชื่อโรงเรียน | เสี่ยงต่อการถูกติดตามตัว |
| ละเมิดความเป็นส่วนตัวระยะยาว | รูปที่เด็กไม่เคยยินยอมให้เผยแพร่ | เด็กโตขึ้น แล้วไม่พอใจภายหลัง |
| บัญชีตั้งค่าไม่รัดกุม | เพื่อนของพี่เลี้ยงมองเห็นรูปลูกได้ | คนที่พ่อแม่ไม่รู้จักเห็นข้อมูลลูก |
บางกรณี พี่เลี้ยงเด็ก อาจไม่ได้ตั้งใจทำอะไรผิด แค่อยากอวดว่าตัวเองดูแลเด็กน่ารักแค่ไหน แต่ผลลัพธ์ที่ตามมา อาจไม่ต่างจากการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเด็ก โดยตั้งใจ เจตนาที่ดีจึงไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงลดลง พ่อแม่จึงต้องวางกฎให้ชัด โดยไม่ขึ้นกับเจตนาของพี่เลี้ยง เพราะ ถ้า ยึดเจตนาเป็นหลัก และ ปล่อยผ่านทุกครั้งที่คิดว่าไม่มีพิษภัย ก็จะไม่มีวันรู้ว่าเส้นแบ่งอยู่ตรงไหนกันแน่
ตั้งกฎเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกที่จ้าง
วิธีที่ป้องกันปัญหาได้ดีที่สุดคือ คุยเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกที่จ้างพี่เลี้ยงเด็ก ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุก่อน แล้วค่อยตกลง กฎที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น ช่วยให้พี่เลี้ยงเข้าใจขอบเขต และ ไม่รู้สึกว่าถูกตำหนิภายหลัง เมื่อพ่อแม่พบว่ามีรูปเด็กหลุดออกไปแล้ว เพราะ ถ้า คุยกันตั้งแต่ต้น และ เขียนไว้ชัดเจน พี่เลี้ยงก็รู้ล่วงหน้าว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เมื่อ ไม่มีความคลุมเครือ ก็ไม่มีข้ออ้างว่าไม่รู้
กฎที่ควรระบุชัด ไม่ใช่แค่ห้ามถ่ายรูปเฉย ๆ แต่ควรบอกด้วยว่าอนุญาตให้ถ่ายเพื่อส่งให้พ่อแม่ดูได้ไหม อนุญาตให้เก็บไว้ในเครื่องตัวเองได้ไหม หรือ ห้ามถ่าย โดยเด็ดขาดในทุกกรณี แต่ละบ้านมีระดับความสบายใจต่างกัน จึงต้องระบุให้ชัดว่าบ้านตัวเองยอมรับได้แค่ไหน เพราะ ถ้า ไม่ระบุรายละเอียดให้ชัด และ ปล่อยให้พี่เลี้ยงตีความเอง แต่ละคนก็จะเข้าใจขอบเขตไม่เหมือนกัน
- ห้ามโพสต์รูปเด็กลงโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง โดยไม่มีข้อยกเว้น
- ถ่ายรูปส่งให้พ่อแม่ดูได้ ผ่านช่องทางที่ตกลงกันเท่านั้น
- ลบรูปเด็กออกจากเครื่องตัวเองทันที หลังส่งให้พ่อแม่แล้ว
- ห้ามแชร์รูปเด็กให้คนอื่นดู แม้จะเป็นเพื่อน หรือครอบครัวของพี่เลี้ยงเอง
- แจ้งพ่อแม่ทันที ถ้ามีคนขอถ่ายรูปเด็กระหว่างออกไปข้างนอก
- ให้ทุกคนที่ดูแลเด็กรับทราบกฎเดียวกัน ไม่ใช่แค่คนหลัก
การอธิบายเหตุผลเบื้อง หลังกฎ สำคัญไม่แพ้ตัวกฎเอง เพราะ พี่เลี้ยงเด็ก ที่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ถึงกังวล มักเต็มใจปฏิบัติตามมากกว่าคนที่แค่ถูกสั่งห้าม โดยไม่รู้เหตุผล การพูดคุยด้วยความเข้าใจ จึงได้ผลดีกว่าการออกกฎแบบเด็ดขาดเพียงอย่างเดียว เพราะ ถ้า พี่เลี้ยงเข้าใจเหตุผลจริง ๆ และ ไม่ใช่แค่ท่องจำกฎ ก็จะระวังตัวเองได้ดีกว่า แม้ ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคอยเตือน
บ้านที่มีพี่เลี้ยงเด็กหลายคนผลัดกันดูแล ควรให้ทุกคนรับทราบกฎเดียวกัน ไม่ใช่บอกแค่คนหลัก แล้วปล่อยให้คนอื่นไม่รู้เรื่อง เพราะ ความเสี่ยงเกิดขึ้นได้จากใครก็ตามที่เข้าถึงตัวเด็ก ไม่ใช่แค่คนที่พ่อแม่ไว้ใจที่สุดเพียงคนเดียว เพราะ ถ้า มีจุดอ่อนแค่คนเดียว และ คนอื่นไม่รู้กฎ ระบบทั้งหมดก็ล้มเหลวได้ทันที
ถ้าลงไปแล้วต้องคุยอย่างไร
ถ้าพบว่า พี่เลี้ยงเด็ก ได้โพสต์รูปลูกลงโซเชียลไปแล้ว โดยไม่เคยขออนุญาต ควรเริ่มคุยด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่อารมณ์ เช่น บอกว่าเห็นรูปนี้ในโพสต์ เมื่อวันที่เท่าไร แล้วถามตรง ๆ ว่าเข้าใจไหมว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับพ่อแม่มาก
ขั้นตอนแรกที่ควรทำคือ ขอให้ลบโพสต์ทันที ไม่ว่าจะตั้งค่าเป็นส่วนตัว หรือ สาธารณะก็ตาม เพราะ ต่อให้ตั้งค่าส่วนตัว รูปก็ยังอยู่บนแพลตฟอร์มที่พ่อแม่ควบคุมไม่ได้ จากนั้นค่อยคุยกันว่าจะวางกฎใหม่อย่างไรให้ชัดเจนกว่าเดิม
บางครอบครัวเลือกให้พี่เลี้ยงเด็ก เซ็นข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องการถ่ายรูป หลังเกิดเหตุครั้งแรก เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน ถ้าเกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก วิธีนี้ยังช่วยให้พี่เลี้ยงตระหนักว่าเรื่องนี้จริงจัง ไม่ใช่แค่การเตือนปากเปล่าที่ลืมได้ง่าย
| สถานการณ์ | สิ่งที่ควรทำทันที | สิ่งที่ควรคุยต่อ |
|---|---|---|
| เพิ่งพบโพสต์ล่าสุด | ขอให้ลบโพสต์ทันที | ย้ำกฎเดิม หรือ วางกฎใหม่ให้ชัดเจนกว่าเดิม |
| พบว่าเคยโพสต์มาหลายครั้ง | ขอให้ลบทุกโพสต์ที่เกี่ยวกับลูก | พิจารณาว่าจะไว้ใจต่อได้ หรือไม่ |
| พี่เลี้ยงไม่เข้าใจว่าผิดตรงไหน | อธิบายความเสี่ยงด้วยตัวอย่างจริง | ตกลงบทลงโทษ ถ้าเกิดซ้ำอีก |
| พี่เลี้ยงยอมรับผิดทันที | ขอบคุณที่ยอมรับตรง ๆ | ให้โอกาสปรับตัว พร้อมกฎที่ชัดเจนขึ้น |
ไม่ว่าผลจากการคุยจะออกมาแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ ต้องตรวจสอบเป็นระยะว่ากฎที่ตกลงกันไว้ ยังถูกปฏิบัติตามอยู่ หรือไม่ ไม่ใช่คุยครั้งเดียวจบ แล้ววางใจตลอดไป เพราะ ความเคยชินอาจทำให้พี่เลี้ยงกลับไปทำแบบเดิม โดยไม่ทันสังเกต เพราะ ถ้า ไม่มีการตรวจสอบต่อเนื่อง กฎที่ตั้งไว้ก็อาจถูกลืมไปเอง
พี่เลี้ยงเด็ก ถ่ายรูปลูกลงโซเชียลมีเดีย เป็นเรื่องที่พ่อแม่มีสิทธิ์ห้ามได้เต็มที่ เพราะ เป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับความปลอดภัย และ ความเป็นส่วนตัวของลูก การตั้งกฎชัดเจนตั้งแต่วันแรก ช่วยป้องกันปัญหาได้ดีกว่าการคุยแก้ไข หลังเกิดเหตุแล้ว
ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่กับพี่เลี้ยงเด็ก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเข้มงวดของกฎ แต่ขึ้นอยู่กับความชัดเจนตั้งแต่ต้น พี่เลี้ยงที่เข้าใจเหตุผลเบื้อง หลังกฎ มักปฏิบัติตามได้ดีกว่าคนที่แค่ถูกสั่งห้าม โดยไม่รู้ว่าทำไม การตั้งกฎเรื่องความเป็นส่วนตัวของลูก จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ทุกบ้านควรทำตั้งแต่วันแรกที่จ้าง ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาก่อน เพราะ ถ้า รอจนเกิดเหตุ ก็อาจสายเกินไปแล้ว
สุดท้ายแล้ว โลกออนไลน์เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่หลายคนตาม เรื่องที่ดูเล็กน้อยอย่างรูปเด็ก 1 รูป อาจส่งผลกว้างกว่าที่คาดคิด การป้องกันไว้ ก่อนตั้งแต่วันแรกที่จ้าง จึงคุ้มค่ากว่าการต้องแก้ปัญหา หลังเกิดเหตุขึ้น แล้วเสมอ เพราะ เมื่อ รูปหลุดออกไปแล้ว ก็ยากที่จะเรียกคืนได้ทั้งหมด และ ทุกฝ่ายก็เสียใจภายหลัง
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยาม ช่วยพ่อแม่ วางกฎเรื่องการถ่ายรูป และ โซเชียลมีเดีย กับพี่เลี้ยงเด็ก ตั้งแต่วันแรกที่จ้าง บริการพี่เลี้ยงเด็ก ของเราช่วยแนะแนวทางที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูกได้อย่างเหมาะสม
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] UNICEF เรื่องความปลอดภัยของเด็กบนโลกออนไลน์ เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของการเผยแพร่ข้อมูลเด็ก. https://www.unicef.org/end-violence/how-keep-your-child-safe-online
[2] WHO แนวทางพัฒนาการเด็กปฐมวัย เกี่ยวข้องกับบทบาทผู้ดูแลและการปกป้องความเป็นส่วนตัวของเด็ก. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/early-child-development