แม่บ้านสยาม
อบรมก่อนส่ง ตรวจจริง 6 โรค
  • (ฟรี) ตรวจหาสารเสพติด
  • ตรวจการตั้งครรภ์

นายจ้างสามารถแจ้งให้ตรวจโรคอื่นๆเพิ่มเติมได้

ลูกขอกล่องสุ่มทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ของสะสมเริ่มเต็มห้อง ใครในบ้านควรเป็นคนบอกว่าพอ

ลูกขอกล่องสุ่มที่ออกจากบ้าน
ของสะสมเริ่มเต็มห้องและพ่อแม่ตกลงกับลูกเอง

เด็กหลายคนชอบของสะสมแบบสุ่มเปิดกล่อง ไม่รู้ว่าจะได้อะไร จึงตื่นเต้นและอยากได้อีกเรื่อย ๆ พอลูกขอกล่องสุ่ม ของสะสมก็เริ่มเต็มห้องโดยไม่รู้ตัว พ่อแม่เริ่มสงสัยว่าใครควรเป็นคนบอกว่าพอ บทความนี้เล่าเป็นภาษาบ้าน ๆ ว่าควรคุยกันอย่างไรในบ้าน โดยไม่ตำหนิลูกและไม่วินิจฉัยว่าลูกติดอะไร

เข้าใจว่าทำไมลูกอยากได้อีก

ของที่ไม่รู้ว่าจะได้อะไรทำให้เด็กรู้สึกลุ้นและสนุก ถ้าเพื่อนที่โรงเรียนก็สะสมเหมือนกัน ลูกยิ่งอยากมีเพื่อนคุยเรื่องเดียวกัน เมื่อลูกขอกล่องสุ่ม ไม่ได้แปลว่าลูกดื้อหรือเอาแต่ใจ เป็นเรื่องที่เด็กวัยนี้พบได้ทั่วไป การเข้าใจว่าลูกชอบความตื่นเต้นและความเป็นพวกเดียวกับเพื่อนช่วยให้พ่อแม่คุยได้ใจเย็นขึ้น

บทความนี้ไม่วินิจฉัยพฤติกรรมว่าติดหรือผิดปกติ และไม่ระบุราคาหรือยี่ห้อของกล่องใด ๆ ถ้าลูกขอกล่องสุ่มแล้วพ่อแม่กังวลว่าลูกควบคุมตัวเองไม่ได้จริง ๆ หรือกระทบการเรียนและอารมณ์มาก ควรปรึกษาครูหรือผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก

ใครเป็นคนบอกว่าพอ

คำถามว่าใครเป็นคนบอกว่าพอ คำตอบที่ตรงที่สุดคือพ่อแม่ตกลงกับลูกเอง เพราะเรื่องซื้อของและเงินเป็นเรื่องของครอบครัว ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นในบ้านควรตัดสินแทน ควรตั้งกติการ่วมกัน เช่น เดือนหนึ่งซื้อได้กี่ครั้ง หรือให้ลูกเก็บเงินของตัวเองซื้อ แล้วบอกให้ทุกคนในบ้านรู้ตรงกัน

เมื่อลูกขอกล่องสุ่ม การตกลงล่วงหน้าก่อนออกจากบ้านช่วยได้มาก เช่น บอกก่อนว่าวันนี้จะไม่ซื้อ หรือซื้อได้หนึ่งชิ้น เด็กที่รู้กติกาก่อนมักต่อรองน้อยกว่าเด็กที่ถูกปฏิเสธหน้าร้าน ถ้าลูกร้อง ผู้ใหญ่ทุกคนควรใจเย็นและพูดเหมือนกัน

  • ตกลงกติกาก่อนออกจากบ้านว่าวันนี้ซื้อหรือไม่ซื้อ
  • ให้ลูกมีส่วนตัดสินใจ เช่น เลือกหนึ่งชิ้น
  • ผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านพูดเหมือนกัน
  • ชมเมื่อลูกทำตามกติกา
  • ไม่ตำหนิลูกต่อหน้าคนอื่น

คนที่ช่วยดูแลลูกวางตัวอย่างไร

ถ้ามีพี่เลี้ยงอยู่ที่บ้าน พี่เลี้ยงไม่ใช่คนตัดสินเรื่องซื้อของให้ลูก เมื่อลูกขอกล่องสุ่ม พี่เลี้ยงควรตอบตามกติกาที่พ่อแม่ตั้งไว้ และไม่ซื้อให้เองหรือใช้เงินของตัวเอง หน้าที่ของพี่เลี้ยงคือช่วยจัดเก็บและบอกพ่อแม่ เช่น ช่วยลูกเก็บของสะสมเข้ากล่องหรือชั้น และเล่าให้พ่อแม่ฟังว่าลูกขอบ่อยแค่ไหน

พี่เลี้ยงสังเกตได้ว่าของสะสมเริ่มเต็มห้องหรือไม่ และแจ้งพ่อแม่ตามความจริง ไม่ตำหนิลูก ไม่พูดให้ลูกอายหรือเปรียบเทียบกับเด็กอื่น ถ้าลูกขอกล่องสุ่มแล้วร้องไห้ ก็ปลอบตามวิธีที่พ่อแม่ตกลงไว้ การช่วยจัดเก็บและบอกพ่อแม่เป็นขอบเขตที่เหมาะสมที่สุด

เรื่อง พ่อแม่ทำ พี่เลี้ยงทำ
กติกาการซื้อของ ตกลงกับลูกเอง ทำตามกติกาและไม่ซื้อให้เอง
ของสะสมเต็มห้อง ชวนลูกคัดและตกลงว่าเก็บอะไร ช่วยจัดเก็บตามที่ตกลง
เมื่อลูกร้องขอ พูดชัดเจนและใจเย็น ปลอบและแจ้งพ่อแม่ ไม่ตัดสินเอง

ของสะสมเต็มห้องทำอย่างไร

เมื่อของสะสมเริ่มเต็มห้อง ถ้าลูกขอกล่องสุ่มจนของสะสมเต็ม ลองชวนลูกคัดด้วยกัน ให้ลูกเลือกชิ้นที่ชอบที่สุดไว้โชว์ ส่วนที่เหลือเก็บเข้ากล่องและเปลี่ยนมาโชว์สลับกัน ลูกที่ได้มีส่วนตัดสินใจมักยอมรับง่ายกว่าถูกสั่งให้ทิ้ง และไม่ควรทิ้งของของลูกโดยไม่บอก เพราะอาจทำให้ลูกไม่ไว้ใจ

ครอบครัวที่กำลังหาแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงมาช่วย ควรบอกบริษัทจัดหางานตั้งแต่ต้นว่ากติกาเรื่องซื้อของของลูกเป็นอย่างไร ส่วนครอบครัวที่ต้องการจัดหาแม่บ้านซึ่งช่วยทั้งงานบ้านและดูแลเด็ก ก็ควรอธิบายขอบเขตงานให้ชัดว่าช่วยจัดเก็บได้ แต่ไม่ตัดสินเรื่องซื้อของ

บริษัทเป็นตัวแทนจัดหา ไม่ใช่บริการรายวันหรือชั่วคราว ค่าบริการเป็นค่าจัดหาครั้งเดียว บทความนี้ไม่ระบุตัวเลข และไม่รับปากว่าจะจัดหาได้ทันตามวันที่ต้องการ บริษัทไม่รับผิดชอบทรัพย์สินที่เสียหายหรือสูญหายจากการทำงาน

ถ้าลูกยังขอไม่เลิก ไม่ต้องรีบสรุปว่าวิธีที่ใช้ผิด เด็กต้องใช้เวลาเรียนรู้ว่าพอคืออะไร ค่อย ๆ ใช้กติกาเดิมสม่ำเสมอ เปลี่ยนความสนใจไปที่กิจกรรมอื่น เช่น เล่นนอกบ้านหรือทำงานประดิษฐ์ด้วยกัน เมื่อลูกขอกล่องสุ่มและเริ่มอยากเล่นอย่างอื่นบ้าง ถือเป็นสัญญาณที่ดี

พ่อแม่ควรทบทวนกติการ่วมกับพี่เลี้ยงเป็นระยะ ถามว่าช่วงนี้ลูกขอบ่อยแค่ไหน อะไรได้ผล อะไรยังไม่ได้ผล แล้วปรับร่วมกัน การคุยกันของผู้ใหญ่ในบ้านช่วยให้ลูกได้รับสารเดียวกัน และลดโอกาสที่ลูกจะเลือกขอจากคนที่ใจอ่อนที่สุด

โดยสรุป เมื่อลูกขอกล่องสุ่มและของสะสมเริ่มเต็มห้อง ใครเป็นคนบอกว่าพอ คือพ่อแม่ตกลงกับลูกเอง พี่เลี้ยงช่วยจัดเก็บและบอกพ่อแม่ ไม่ตัดสินเรื่องซื้อของให้ลูก ตั้งกติกาก่อนออกจากบ้านและใจเย็นเมื่อลูกร้อง

ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม

แม่บ้านสยามช่วยจับคู่พี่เลี้ยงที่ใจเย็นและทำตามกติกาของบ้านได้ แจ้งกติกาและสิ่งที่ครอบครัวกังวลตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้คนที่เหมาะกับครอบครัวและทำงานร่วมกันได้ราบรื่น

อ้างอิง

[1] American Academy of Pediatrics อธิบายเรื่องการตั้งกติกาและวินัยเชิงบวกกับเด็ก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตกลงเรื่องการขอซื้อของ. https://www.healthychildren.org/English/family-life/family-dynamics/communication-discipline/Pages/Disciplining-Your-Child.aspx

[2] NHS รวบรวมบริการสนับสนุนสำหรับพ่อแม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรึกษาเมื่อกังวลเรื่องพฤติกรรมของลูก. https://www.nhs.uk/conditions/baby/support-and-services/

Loading

แชร์บทความนี้ไปที่...

Facebook
X
WhatsApp
Email
Threads
โทรหาเรา
แอดไลน์