แม่บ้านสยาม
อบรมก่อนส่ง ตรวจจริง 6 โรค
  • (ฟรี) ตรวจหาสารเสพติด
  • ตรวจการตั้งครรภ์

นายจ้างสามารถแจ้งให้ตรวจโรคอื่นๆเพิ่มเติมได้

หาพี่เลี้ยงเด็กช่วยงาน แบ่งเบาภาระ

หาพี่เลี้ยงเด็กช่วยงานอย่างไรให้แบ่งเบาภาระได้จริง
กำหนดงานและเวลาของพี่เลี้ยงเด็กให้ทั้งบ้านทำงานร่วมกันง่ายขึ้น

วันที่ต้องเลี้ยงลูกพร้อมทำงานบ้าน ตอบข้อความ และจัดการธุระนอกบ้าน ต่อให้ตั้งใจมากแค่ไหนก็มีช่วงที่แรงไม่พอ การหาพี่เลี้ยงเด็กจึงไม่ใช่การผลักหน้าที่ของพ่อแม่ให้คนอื่น แต่เป็นการเพิ่มผู้ช่วยที่ไว้ใจได้เข้ามาแบ่งเบาภาระอย่างเหมาะสม จุดสำคัญคือบ้านต้องรู้ก่อนว่าต้องการให้ช่วยเรื่องใด เวลาไหน และยังมีเรื่องใดที่ผู้ปกครองจะดูแลเอง

เริ่มจากหาว่าช่วงไหนของวันหนักที่สุด

ก่อนประกาศหาใคร ลองจดกิจวัตรจริงของบ้านสักสองสามวัน ตั้งแต่ลูกตื่น กิน อาบน้ำ เล่น งีบ ไปจนถึงเข้านอน แล้วทำเครื่องหมายช่วงที่ผู้ปกครองต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน บางบ้านต้องการพี่เลี้ยงเด็กรับช่วงเช้าเพื่อให้พ่อแม่เตรียมตัวไปทำงาน บางบ้านหนักช่วงเย็นเพราะต้องทำอาหาร อาบน้ำลูก และเก็บบ้านพร้อมกัน การเห็นช่วงเวลาที่ติดขัดจะช่วยให้กำหนดตารางประจำวันได้ตรงจุดกว่าการบอกกว้าง ๆ ว่าให้มาช่วยเลี้ยงลูกทั้งวัน

  • จดช่วงเวลาที่ลูกต้องการคนดูแลใกล้ชิด
  • ระบุงานที่ชนกันในเวลาเดียวกัน
  • เลือกช่วงที่มีผู้ช่วยแล้วบ้านจะเบาลงชัดที่สุด
  • เผื่อเวลาส่งต่องานก่อนพ่อแม่ออกจากบ้านหรือกลับมารับช่วงต่อ

แยกงานดูแลเด็กออกจากงานบ้านให้ชัด

คำว่า “ช่วยงาน” ตีความได้หลายแบบ จึงควรแยกงานหลักกับงานสนับสนุนตั้งแต่ก่อนสัมภาษณ์ งานดูแลเด็กหลักอาจเป็นการดูแลความปลอดภัย เตรียมอาหารตามที่บ้านกำหนด พาเล่น อ่านนิทาน อาบน้ำ หรือพาเข้านอน ส่วนงานสนับสนุนควรเกี่ยวข้องกับเด็กโดยตรง เช่น ล้างขวดนม ซักเสื้อผ้าเด็ก หรือเก็บของเล่น หากต้องการให้ทำงานบ้านส่วนกลางด้วย ต้องบอกให้ชัดและดูว่าปริมาณงานยังเปิดโอกาสให้ดูแลเด็กได้เต็มที่หรือไม่ เพราะช่วงที่เด็กต้องการการดูแลใกล้ชิดไม่ควรถูกเบียดด้วยรายการงานบ้านที่ยาวเกินไป

ขอบเขตงานที่ดีไม่ได้ทำให้บ้านจุกจิก แต่ช่วยให้พี่เลี้ยงรู้ว่าเรื่องใดต้องมาก่อน และช่วยให้ผู้ปกครองคาดหวังตรงกับงานที่ตกลงกัน

แบ่งบทบาทโดยไม่หายไปจากชีวิตลูก

การมีผู้ช่วยไม่ได้แปลว่าผู้ปกครองต้องถอนตัวจากทุกกิจวัตร เลือกช่วงที่ยังอยากทำกับลูกด้วยตัวเอง เช่น มื้อเช้า อ่านนิทานก่อนนอน หรือพาไปพบแพทย์ แล้วให้พี่เลี้ยงรับช่วงงานที่กินแรงหรือชนกับเวลาทำงาน วิธีนี้ช่วยแบ่งเบาภาระโดยยังรักษาช่วงเวลาที่มีความหมายของครอบครัวไว้ได้ เด็กเองก็จะเข้าใจง่ายขึ้นว่าเวลาใดอยู่กับใครและใครเป็นคนตัดสินใจเรื่องสำคัญในบ้าน

ในวันแรก ๆ ควรให้ผู้ปกครองกับพี่เลี้ยงทำกิจวัตรบางช่วงร่วมกัน เพื่อให้เห็นวิธีปลอบ วิธีป้อนอาหาร สัญญาณง่วง และสิ่งที่เด็กไม่ชอบ ข้อมูลเหล่านี้ละเอียดเกินกว่าจะส่งต่อด้วยคำสั่งสั้น ๆ เพียงครั้งเดียว การอยู่ข้างกันช่วงเริ่มงานยังช่วยให้เด็กคุ้นกับคนใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่รู้สึกว่าคนที่คุ้นเคยหายไปทันที

คุยเรื่องกติกาความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน

บ้านควรเตรียมข้อมูลจำเป็นเป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ เบอร์ติดต่อผู้ปกครองและคนสำรอง อาการแพ้ ยาประจำตัว วิธีเดินทางไปโรงพยาบาล จุดเก็บอุปกรณ์ปฐมพยาบาล และคนที่ได้รับอนุญาตให้รับเด็ก หากมีกล้องในบ้านต้องแจ้งตำแหน่งและวัตถุประสงค์อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงตกลงเรื่องการถ่ายรูปเด็ก การใช้โทรศัพท์ระหว่างดูแล และการพาเด็กออกนอกบ้าน กติกาที่ชัดช่วยลดการเดาในสถานการณ์เร่งด่วน และทำให้พี่เลี้ยงกล้าถามเมื่อไม่แน่ใจ

  • ติดเบอร์ฉุกเฉินไว้ในจุดที่เห็นง่าย
  • เขียนรายการอาหารหรือยาที่เด็กแพ้
  • ระบุว่าใครมีสิทธิ์รับเด็กออกจากบ้าน
  • ตกลงพื้นที่และกิจกรรมที่ต้องขออนุญาตก่อน
  • อธิบายวิธีรายงานเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรืออาการผิดปกติ

สัมภาษณ์จากสถานการณ์จริงและทดลองงาน

เวลาสัมภาษณ์ อย่าถามเพียงว่าเคยเลี้ยงเด็กมากี่ปี แต่ควรยกสถานการณ์ที่เกิดในบ้านจริง เช่น เด็กไม่ยอมกินข้าว ร้องเมื่อพ่อแม่ออกไปทำงาน หรือพี่น้องแย่งของกัน แล้วฟังว่าผู้สมัครจะสังเกต ตัดสินใจ และขอความช่วยเหลืออย่างไร คำตอบไม่มีสูตรเดียว แต่ควรสะท้อนความใจเย็น ความปลอดภัย และการสื่อสารกับผู้ปกครอง จากนั้นตรวจเอกสารยืนยันตัวตน ประวัติการทำงาน และบุคคลอ้างอิงเท่าที่ตรวจสอบได้ก่อนตัดสินใจ

ถ้าเป็นไปได้ ให้ทดลองงานโดยมีผู้ปกครองอยู่ใกล้ ๆ และใช้กิจวัตรจริงแทนการจัดฉาก ดูว่าพี่เลี้ยงเด็กเข้าหาลูกอย่างเคารพหรือไม่ สังเกตสัญญาณของเด็กได้ดีแค่ไหน และถามเมื่อข้อมูลไม่พอหรือเปล่า ขณะเดียวกันต้องดูด้วยว่าบ้านส่งต่องานชัดหรือยัง เพราะการทดลองงานเป็นการประเมินความเข้ากันได้ของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่การจับผิดผู้สมัครเพียงฝ่ายเดียว หลังจบวันให้คุยสิ่งที่ราบรื่น สิ่งที่ต้องปรับ และความคาดหวังของวันถัดไปอย่างตรงไปตรงมา

ทำให้ความช่วยเหลือยั่งยืนหลังเริ่มงาน

เมื่อเริ่มงานแล้ว ควรมีเวลาส่งต่องานสั้น ๆ ก่อนและหลังแต่ละวัน บอกเรื่องการนอน อาหาร อารมณ์ และเหตุการณ์ที่ต้องติดตาม โดยไม่ต้องให้พี่เลี้ยงเด็กพิมพ์รายงานยาวตลอดเวลา นัดคุยเป็นระยะในช่วงแรกเพื่อทบทวนขอบเขตงานและตารางประจำวัน หากพบว่างานเพิ่มขึ้นจากที่ตกลง ควรคุยเรื่องเวลา ค่าตอบแทน และลำดับความสำคัญใหม่ ไม่ปล่อยให้ผู้ช่วยต้องรับทุกอย่างเพียงเพราะทำได้ดี การเคารพเวลาพักและข้อตกลงช่วยให้ความร่วมมือมั่นคงกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันต่อวัน

หากยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกพี่เลี้ยงเด็กแบบอยู่ประจำหรือไปกลับ ให้ดูช่วงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ งบประมาณ พื้นที่ส่วนตัว และแผนสำรองเมื่อพี่เลี้ยงลา แบบอยู่ประจำเหมาะกับบ้านที่ต้องการความยืดหยุ่นและมีพื้นที่พัก ส่วนแบบไปกลับเหมาะกับบ้านที่กำหนดเวลาช่วยงานได้ชัด สิ่งสำคัญคือรูปแบบนั้นสอดคล้องกับชีวิตจริงของเด็ก ผู้ปกครอง และพี่เลี้ยง

เริ่มวันนี้ด้วยการจดช่วงที่บ้านเหนื่อยที่สุดหนึ่งวัน แล้วแบ่งงานเป็น “ดูแลเด็กโดยตรง” “งานเกี่ยวกับเด็ก” และ “งานที่ผู้ปกครองรับผิดชอบเอง” รายการสั้น ๆ นี้จะช่วยให้หาพี่เลี้ยงเด็กได้ตรงความต้องการและคุยกันง่ายตั้งแต่ครั้งแรก

ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม

แม่บ้านสยามช่วยจัดหาและจับคู่ผู้สมัครงานพี่เลี้ยงเด็กตามรูปแบบการจ้างและความต้องการของแต่ละบ้าน ผู้ปกครองสามารถแจ้งช่วงเวลา หน้าที่หลัก และคุณสมบัติที่ต้องการ เพื่อใช้ประกอบการคัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสม

อ้างอิง

[1] UNICEF รวบรวมแนวทาง Care for Child Development เพื่อส่งเสริมการเล่น การสื่อสาร และการตอบสนองต่อสัญญาณของเด็กอย่างเหมาะสมสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล. https://www.unicef.org/documents/care-child-development

[2] International Labour Organization สรุปสิทธิและเงื่อนไขการทำงานของแรงงานทำงานบ้านในประเทศไทย ซึ่งใช้ประกอบการกำหนดเวลางาน เวลาพัก และข้อตกลงการจ้างอย่างเป็นธรรม. https://www.ilo.org/resource/article/2024-thai-regulations-domestic-work-are-you-following-law

Loading

แชร์บทความนี้ไปที่...

Facebook
X
WhatsApp
Email
Threads
โทรหาเรา
แอดไลน์