พ่อแม่หลายคนตกใจเมื่อ เด็กพูดคำหยาบ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในบ้าน แล้วรีบสรุปทันทีว่าต้องเป็นเพราะ พี่เลี้ยงเด็ก พูดให้ฟัง ทั้งที่ความจริงแล้ว เด็กพูดคำหยาบ ได้จากการเลียนแบบหลายแหล่ง ไม่ใช่แค่คนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดเพียงคนเดียว การรีบกล่าวหาอาจทำร้ายความสัมพันธ์ที่ดีโดยไม่จำเป็น เพราะปฏิกิริยาแรกของพ่อแม่มักตัดสินทิศทางของทั้งเรื่องไปเลย คำถามที่แท้จริงจึงไม่ใช่ว่าใครเป็นคนสอน แต่เป็นว่าจะช่วยให้เด็กเลิกพูดคำนั้นได้อย่างไร เพราะ ถ้ามัวแต่หาคนผิด เวลาที่ควรใช้แก้ปัญหาจริงก็จะเสียไปกับการทะเลาะกันระหว่างผู้ใหญ่แทน
- ตั้งสติก่อนตัดสินใจ ไม่กล่าวหาใครทันที
- มองเป้าหมายที่การแก้ปัญหา ไม่ใช่การเอาชนะ
- เก็บพลังงานไว้แก้ที่ตัวเด็กโดยตรง ไม่เสียเวลากับความบาดหมาง
เด็กเลียนแบบคำพูดจากที่ไหนได้บ้าง
นอกจาก พี่เลี้ยงเด็ก แล้ว เด็กยังเลียนแบบคำพูดได้จากโทรทัศน์ ยูทูบ เกม เพื่อนที่โรงเรียน หรือแม้แต่คนในครอบครัวเองที่อาจพูดหลุด โดยไม่รู้ตัว เด็กเล็กมีความสามารถจดจำคำพูดที่ได้ยินซ้ำ ๆ ได้ดีมาก แม้จะได้ยินเพียงครั้งเดียวก็ตาม การหาต้นตอที่แท้จริงจึงต้องสังเกตหลายจุดพร้อมกัน ไม่ใช่ตัดสินจากความรู้สึกแรกที่ได้ยิน ลองสังเกตดูว่าเด็กพูดคำนั้นในสถานการณ์แบบไหน พูดตอนดูโทรทัศน์รายการไหน หรือพูด หลังกลับจากเล่นกับเพื่อนบ้านคนไหน ข้อมูลเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยต่อภาพให้เห็นต้นตอที่แท้จริงได้ชัดกว่าการเดา
- จดบันทึกวันเวลาที่ได้ยินคำหยาบทุกครั้ง
- บันทึกสถานที่และคนที่อยู่ด้วยตอนนั้น
- ทบทวนบันทึกทุกหนึ่งถึงสองสัปดาห์เพื่อหารูปแบบ
- เทียบบันทึกกับตารางเวลาของพี่เลี้ยงและคนในบ้าน
| แหล่งที่มา | ตัวอย่าง | สังเกตได้จาก |
|---|---|---|
| สื่อ และ หน้าจอ | การ์ตูน ยูทูบ เกม | คำพูดที่มาพร้อม น้ำเสียง หรือ ท่าทางเลียนแบบตัวละคร |
| เพื่อนที่โรงเรียน | คำที่เด็กวัยเดียวกัน ใช้กัน | เด็กพูดเฉพาะตอนอยู่กับเพื่อน หรือ หลังกลับจากโรงเรียน |
| คนในครอบครัว | คำที่หลุดตอนโมโห หรือ พูดเล่น | คำที่ตรงกับสำนวนเฉพาะของคนใดคนหนึ่งในบ้าน |
| พี่เลี้ยงเด็ก | คำที่ใช้ระหว่างวันกับเด็ก | คำที่เด็กพูดเฉพาะตอนอยู่กับพี่เลี้ยงเท่านั้น |
| คนขับรถ หรือ คนงานในบ้าน | คำที่ใช้คุยกันเอง ระหว่างทำงาน | คำที่เด็กพูดตามหลังเดินผ่านบริเวณที่คนเหล่านี้อยู่ |
เด็กพูดคำหยาบ บางครั้งอาจเกิดจากช่วงวัยที่กำลังทดลองใช้คำใหม่ ๆ เพื่อดูปฏิกิริยาของคนรอบข้าง ไม่ได้เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำนั้นเลยด้วยซ้ำ พ่อแม่จึงควรแยกให้ออกระหว่างการเลียนแบบ เพราะอยากรู้ กับการเลียนแบบ เพราะได้ยินซ้ำจนเคยชิน บ้านที่มีลูกหลายคนอาจพบว่าลูกคนเล็กพูดคำหยาบตามพี่คนโต มากกว่าตามพี่เลี้ยงเด็กเสียอีก เพราะเด็กมักเลียนแบบคนที่ใกล้ชิดในวัยเดียวกัน มากกว่าผู้ใหญ่ที่ดูแลอยู่ห่าง ๆ พี่คนโตในบ้านมักไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นแบบอย่างให้น้อง ทั้งเรื่องคำพูด และพฤติกรรมอื่น ๆ ที่ผู้ใหญ่ไม่ทันสังเกต
- สังเกตว่าเด็กพูดคำนี้ตามใครในบ้านบ่อยที่สุด
- ชี้ให้พี่คนโตเห็นว่าตัวเองมีอิทธิพลต่อน้อง
- ชวนพี่คนโตช่วยดูแลคำพูดของตัวเองไปพร้อมกัน
คุยกับพี่เลี้ยงโดยไม่กล่าวหา
ถ้าสงสัยว่า พี่เลี้ยงเด็ก อาจเป็นต้นเหตุ ควรเริ่มคุยด้วยคำถามปลายเปิด ไม่ใช่กล่าวหาทันที เช่น ถามว่าเคยได้ยินลูกพูดคำนี้จากที่ไหนบ้างไหม แทนที่จะถามว่าทำไมถึงสอนลูกพูดคำหยาบ ถ้าพบว่า พี่เลี้ยงเด็ก เป็นต้นเหตุจริง ควรคุยด้วยความเข้าใจ เพราะบางครั้งคำหลุดออกมา โดยไม่ตั้งใจ แต่ ถ้าเกิดขึ้นซ้ำ ๆ หลังเตือนแล้ว นั่นคือสัญญาณที่ต้องคุยจริงจังมากขึ้น เจ้าของบ้าน ที่จ้างพี่เลี้ยงเด็ก ควรตกลงแนวทางนี้ไว้ตั้งแต่วันแรกที่จ้าง น้ำเสียง และ ท่าทาง ตอนเริ่มคุย มีผล ไม่แพ้ ตัวคำถามเอง ยิ้มแย้ม และ ใจเย็น ช่วยให้พี่เลี้ยงกล้าเปิดใจตอบตามจริง
- ถามด้วยคำถามปลายเปิด ไม่กล่าวหาทันที
- สังเกตว่าเด็กพูดคำนี้เฉพาะตอนอยู่กับใคร
- ถ้าพี่เลี้ยงยอมรับ ให้คุยด้วยความเข้าใจไม่ใช่ตำหนิ
- ตกลงร่วมกันว่าจะช่วยเด็กเลิกพูดคำนี้อย่างไร
- เขียนแนวทางรับมือคำหยาบไว้เป็นข้อตกลงร่วมกัน
- นัดคุยติดตามผลอีกครั้งภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์
- ขอบคุณพี่เลี้ยงที่ให้ความร่วมมือด้วยความจริงใจ
บางครอบครัวเลือกทำข้อตกลงร่วมกันว่า ถ้าพี่เลี้ยงพูดคำหยาบหลุด โดยไม่ตั้งใจ ให้แก้ตัวทันทีต่อหน้าเด็กเลย เช่น พูดว่าคำนั้นไม่ดี ไม่ควรใช้ วิธีนี้ช่วยสอนเด็กไปพร้อมกันด้วย ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาระหว่างผู้ใหญ่เท่านั้น บ้านที่มีคนดูแลเด็กหลายคน เช่น ปู่ย่า ตายาย ควรให้ทุกคนเข้าใจแนวทางเดียวกันด้วย เพราะ ถ้าแต่ละคนรับมือคำหยาบต่างกัน เด็กก็จะสับสน และอาจเลือกพูดคำนั้นกับคนที่ตอบสนองแบบที่ตัวเองชอบมากกว่า ไม่ใช่ เพราะอยากพูดคำนั้นจริง ๆ การนัดคุยกันสั้น ๆ ทุกสัปดาห์ ระหว่างเจ้าของบ้านกับพี่เลี้ยง ยังช่วยให้จับสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของเด็กได้เร็วขึ้นด้วย
แก้พฤติกรรมเด็กควบคู่ไปด้วย
ไม่ว่าต้นเหตุจะมาจากใคร การแก้ที่ตัวเด็ก โดยตรงก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเด็กเล็กยังไม่เข้าใจว่าคำไหนไม่ควรพูด จนกว่าจะมีคนอธิบายให้ฟังซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงที่สงบ ไม่ใช่ดุ หรือลงโทษรุนแรง ซึ่งอาจทำให้เด็กพูดคำนั้นบ่อยขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจแทน เด็กแต่ละวัยเข้าใจคำอธิบายได้ไม่เท่ากัน เด็กเล็กมากอาจต้องใช้ประโยคสั้น และซ้ำหลายครั้งกว่าจะเข้าใจ ส่วนเด็กโตขึ้นมาหน่อยอาจอธิบายเหตุผลได้ละเอียดกว่านี้
- อธิบายด้วยน้ำเสียงสงบ ไม่ใช่ดุ หรือลงโทษรุนแรง
- เพิกเฉยต่อคำหยาบ ไม่แสดงปฏิกิริยาตื่นเต้น
- สอนคำที่ควรใช้แทนทันทีที่เด็กพูดผิด
- ชมเชย เมื่อเด็กเลือกใช้คำที่เหมาะสม
สอนคำพูดใหม่แทนคำหยาบ
การไม่ตอบสนองต่อคำหยาบด้วยปฏิกิริยาตื่นเต้น มักได้ผลดีกว่าการดุอย่างรุนแรง เพราะ ถ้าเด็กเห็นว่าพูด แล้วผู้ใหญ่ตกใจ หรือหัวเราะ ก็อาจพูดซ้ำเพื่อดูปฏิกิริยาต่อไปเรื่อย ๆ การเพิกเฉยอย่างสงบพร้อมสอนคำที่ควรใช้แทน ได้ผลดีกว่าในระยะยาว การให้ทางเลือกคำพูดใหม่แทนคำหยาบก็เป็นวิธีที่ได้ผลดี เช่น ถ้าเด็กโกรธ แล้วพูดคำหยาบ ให้สอนว่าพูดว่าหนูโกรธมากแทนได้ วิธีนี้ช่วยให้เด็กมีทางออกทางคำพูดที่เหมาะสม แทนที่จะต้องพึ่งคำหยาบเวลาอยากระบายความรู้สึก
- เปลี่ยนคำหยาบเป็นคำบอกความรู้สึกแทน
- ให้เวลาเด็กสงบอารมณ์ก่อนคุยกันต่อ
- ทบทวนร่วมกันหลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว
- ชวนเด็กฝึกพูดประโยคใหม่ซ้ำ ๆ จนเคยชิน
ก่อนจ้างพี่เลี้ยง ตกลงเรื่องคำพูดและความปลอดภัยเด็ก
เจ้าของบ้าน ที่กำลังจะ จ้างพี่เลี้ยง คนใหม่ ควรถามเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่วันสัมภาษณ์งาน ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยตกลงทีหลัง เพราะการพูดคุยตั้งแต่ต้นช่วยให้พี่เลี้ยงเข้าใจมาตรฐานของบ้านตั้งแต่วันแรก ความปลอดภัยเด็ก ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรพูดคุยควบคู่กันไปด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องคำพูดเพียงอย่างเดียว เช่น ควรอยู่ใกล้เด็กแค่ไหนเวลาเล่นของเล่นชิ้นเล็ก หรือจะรับมืออย่างไรถ้าเด็กหกล้ม บ้านที่ตกลงเรื่องพวกนี้ชัดเจนตั้งแต่ต้น มักไม่ต้องมาแก้ปัญหาทีหลังตอนเกิดเหตุขึ้นแล้ว บริการพี่เลี้ยง ที่ผ่านการคัดกรองมาอย่างดี มักช่วยให้เจ้าของบ้านวางใจได้มากกว่า เพราะมีมาตรฐานการดูแลเด็กที่ชัดเจนกว่าการจ้างเองโดยไม่ผ่านการตรวจสอบ
- ตรวจสอบประวัติการทำงานก่อนหน้าอย่างละเอียด
- ถามเรื่องคำพูดและความปลอดภัยเด็กตั้งแต่วันสัมภาษณ์งาน
- ตกลงมาตรฐานการดูแลเด็กเป็นลายลักษณ์อักษร
- ทบทวนแนวทางร่วมกันเป็นระยะทุกสองถึงสามเดือน
- เลือกบริการพี่เลี้ยงที่ผ่านการคัดกรองประวัติมาก่อน
- ประเมินว่าพี่เลี้ยงให้ความสำคัญกับพัฒนาการเด็กมากแค่ไหน
สัญญาณที่ควรเริ่มกังวลมากขึ้น
ถ้าเด็กพูดคำหยาบซ้ำ ๆ แม้จะสอนแล้วหลายครั้ง หรือใช้คำหยาบร่วมกับพฤติกรรมก้าวร้าวอื่น เช่น ทำร้ายร่างกายคนอื่น หรือทำลายข้าวของ นั่นคือสัญญาณที่ควรพาไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก ไม่ใช่แก้ปัญหาเองต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น พ่อแม่บางคนกังวลว่าการพาไปพบผู้เชี่ยวชาญจะแปลว่าตัวเองล้มเหลว ทั้งที่จริงแล้วเป็นการดูแลลูกอย่างรอบด้าน เหมือนพาไปหาหมอเมื่อป่วยทั่วไป การสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการคุยกับพี่เลี้ยงอย่างเปิดใจ ช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจได้ถูกจังหวะว่าเรื่องไหนแก้เองได้ และเรื่องไหนควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
| ระดับความถี่ | ลักษณะที่พบ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| นาน ๆ ครั้ง | พูดคำหยาบตามที่ได้ยินมาแล้วเลิกเอง | สอนด้วยน้ำเสียงสงบ ไม่ต้องตื่นตระหนก |
| บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ | พูดซ้ำแม้เตือนแล้วหลายครั้ง | คุยกับพี่เลี้ยงและคนในบ้านให้เข้าใจตรงกัน |
| ร่วมกับพฤติกรรมก้าวร้าว | ทำร้ายร่างกาย หรือทำลายข้าวของร่วมด้วย | พาไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก |
| ร่วมกับอารมณ์แปรปรวนมาก | หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ หรือกินได้น้อยลง | ปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินภาพรวม |
เด็กพูดคำหยาบตามพี่เลี้ยง ไม่ควรด่วนสรุปว่าเป็นความผิดของพี่เลี้ยงเสมอไป เพราะ เด็กเลียนแบบได้จากหลายแหล่ง การคุยกับพี่เลี้ยง โดยไม่กล่าวหา ควบคู่กับการแก้พฤติกรรมเด็ก โดยตรง ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่าการหาแพะรับบาป และ ช่วยให้ทุกคนในบ้าน สบายใจขึ้น
ครอบครัวที่จัดการปัญหานี้ได้ดี มักไม่รีบตัดสินใครคนใดคนหนึ่ง แต่มองภาพรวมทั้งบ้าน ถ้าทุกคนในบ้านช่วยกันระวังคำพูดของตัวเอง และสอนเด็กไปพร้อมกัน ปัญหานี้ก็มักหายไปเองภายในเวลาไม่นาน การที่เด็กพูดคำหยาบ ควรถูกมองเป็นโอกาสสอนมากกว่าเรื่องที่ต้องหาคนผิด พ่อแม่ที่จัดการเรื่องนี้ได้ดีมักไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ แต่ก็ไม่เพิกเฉยจนปล่อยผ่านไปเรื่อย ๆ เจ้าของบ้าน ที่คุยกับพี่เลี้ยงอย่างเปิดใจ และแก้ที่ตัวเด็กไปพร้อมกัน มักเห็นพฤติกรรมนี้ดีขึ้นภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ความสม่ำเสมอของทุกคนในบ้านคือกุญแจสำคัญที่สุด มากกว่าการหาว่าใครเป็นต้นเหตุตัวจริง
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยาม ช่วยพ่อแม่ หาพี่เลี้ยงเด็ก ที่ใส่ใจเรื่องคำพูด และ พฤติกรรมที่ใช้กับเด็ก บริการพี่เลี้ยงเด็ก ของเราช่วยคัดกรอง และ แนะแนวทางคุย เมื่อเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้น ทีมงานของเรายินดีให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนสัมภาษณ์ ไปจนถึงช่วงหลังเริ่มงานจริง
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] WHO แนวทางพัฒนาการเด็กปฐมวัย เกี่ยวข้องกับการเลียนแบบพฤติกรรมของเด็กเล็ก. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/early-child-development
[2] UNICEF เรื่องการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก เกี่ยวข้องกับวิธีรับมือพฤติกรรมเด็กอย่างสร้างสรรค์. https://www.unicef.org/parenting/child-care