เมื่อฝนสาดเข้าบ้าน หลายคนรีบใช้ผ้าถูพื้นจนดูเหมือนแห้งแล้ว แต่ไม่นานกลับได้กลิ่นอับจากพรม ซอกเฟอร์นิเจอร์ หรือรอยต่อของพื้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ถูไม่สะอาดเสมอไป แต่อาจมีน้ำค้างในจุดที่มองไม่เห็น ดังนั้นควรเริ่มจากหยุดน้ำที่เข้ามา เก็บน้ำส่วนเกิน แล้วค่อยระบายความชื้นออกจากห้อง
เช็ดแล้วทำไมพื้นยังชื้นและเริ่มมีกลิ่น
น้ำอาจค้างตามร่องยาแนว ขอบบัว ใต้พรม และใต้ขาเฟอร์นิเจอร์ แม้ผิวหน้าพื้นจะไม่เห็นแอ่งน้ำแล้ว หากอากาศถ่ายเทไม่ดี วัสดุรอบ ๆ ก็แห้งช้าตามไปด้วย ความชื้นในบ้านที่ต่อเนื่องเอื้อต่อการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ โดย EPA แนะนำให้รีบทำให้พื้นที่หรือสิ่งของที่เปียกแห้งภายใน 24–48 ชั่วโมงเมื่อทำได้ เพราะการควบคุมความชื้นเป็นหัวใจของการป้องกันเชื้อรา
เก็บน้ำออกก่อน อย่ารีบถูน้ำให้กระจาย
เมื่อฝนสาดเข้าบ้าน ให้ดูว่าน้ำไหลเข้าทางหน้าต่าง ประตู หรือรอยรั่วหรือไม่ หากยังมีน้ำเข้าให้ปิดช่องทางนั้นก่อน จากนั้นใช้ไม้ปาดน้ำหรือผ้าซับเก็บน้ำก้อนใหญ่ แล้วจึงใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำ วิธีนี้ช่วยลดภาระของผ้าถูพื้นและไม่พาน้ำไปยังบริเวณที่เดิมยังแห้ง
- พบไฟฟ้าใกล้น้ำ ให้หยุดเข้าใกล้ ตัดไฟจากจุดแห้งเมื่อปลอดภัย แล้วแจ้งเจ้าของบ้านหรือช่าง
- ซับจากขอบพื้นที่เข้าหาจุดรวมน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำกระจายกว้างขึ้น
- เปลี่ยนผ้าทันทีเมื่อผ้าอุ้มน้ำเต็ม แทนการใช้ผืนเดิมถูวน
- เช็ดร่องยาแนว ขอบบัว ใต้พรม และขาเฟอร์นิเจอร์เป็นรอบสุดท้าย
- นำพรมและของที่ดูดซับน้ำออกไปผึ่งในจุดที่อากาศถ่ายเท
ระบายความชื้นให้เหมาะกับสภาพห้อง
หลังเก็บน้ำจนไม่เหลือแอ่ง ให้เปิดประตูหรือหน้าต่างเมื่อสภาพอากาศภายนอกเอื้อ และเปิดพัดลมช่วยให้อากาศเคลื่อนผ่านพื้น หากข้างนอกยังมีฝนสาดหรือความชื้นสูง การเปิดหน้าต่างอาจไม่ช่วยเท่าที่ควร จึงอาจใช้เครื่องลดความชื้นหรือโหมดลดความชื้นของเครื่องปรับอากาศตามคู่มือของเครื่องแทน เมื่อพบเชื้อราขึ้นแล้วไม่ควรจ่อพัดลมแรง ๆ ไปที่รอยรา เพราะอาจพัดอนุภาคกระจายไปบริเวณอื่น
| วิธีเร่งแห้ง | เหมาะกับจุดไหน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| พัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศ | ห้องที่ไม่มีรอยราและเก็บน้ำออกแล้ว | วางตัวเครื่องและสายไฟให้พ้นพื้นเปียก |
| เปิดประตูหรือหน้าต่าง | ช่วงที่อากาศภายนอกไม่ชื้นจัดและฝนไม่สาด | ปิดทันทีหากลมพาฝนกลับเข้าห้อง |
| เครื่องลดความชื้นหรือโหมดลดความชื้น | ห้องปิดหรืออากาศภายนอกชื้น | ตั้งและดูแลอุปกรณ์ตามคู่มือผู้ผลิต |
สำรวจจุดซ่อนน้ำก่อนเก็บอุปกรณ์
หลังฝนสาดเข้าบ้าน อย่าใช้ความแห้งของกลางห้องเป็นตัวตัดสินเพียงจุดเดียว ลองใช้ผ้าแห้งแตะตามขอบห้อง ใต้พรม และขาเฟอร์นิเจอร์ หากผ้ายังชื้นควรเช็ดและระบายอากาศต่อ ส่วนพรม เบาะ หรือวัสดุซึมน้ำที่แห้งยากควรแยกออกจากห้อง ไม่วางทับพื้นไว้ เพราะความชื้นอาจค้างอยู่ข้างใต้โดยไม่มีใครเห็น
- ขอบวงกบและรางหน้าต่างที่เป็นทางเข้าของน้ำ
- รอยต่อพื้นกับผนังและขอบบัว
- ด้านล่างของพรมเช็ดเท้าและพรมผืนเล็ก
- ใต้ตู้ ชั้นวาง และเฟอร์นิเจอร์ที่ยกตรวจได้อย่างปลอดภัย
- ผ้าม่านชายยาวหรือของใช้ที่แตะพื้นแล้วดูดน้ำขึ้นไป
พื้นแต่ละชนิดรับน้ำไม่เหมือนกัน
พื้นกระเบื้องและพื้นผิวแข็งมักเช็ดทำความสะอาดได้ แต่ยังต้องดูร่องยาแนวและขอบบัวซึ่งอาจเก็บความชื้น ส่วนพื้นไม้และพื้นลามิเนตควรซับน้ำทันทีและหลีกเลี่ยงการเทน้ำหรือน้ำยาลงบนพื้นเพิ่ม หากแผ่นพื้นเริ่มบวม โก่ง เปลี่ยนสี หรือมีกลิ่นอับไม่หาย ควรหยุดใช้งานบริเวณนั้นและแจ้งเจ้าของบ้านให้ตรวจตามคำแนะนำของผู้ผลิตหรือช่างที่เหมาะสม
หลังฝนสาดเข้าบ้านและพื้นแห้งแล้ว ควรย้อนหาสาเหตุด้วย เช่น ซีลขอบหน้าต่างเสื่อม รางระบายน้ำตัน หรือบานหน้าต่างปิดไม่สนิท ถ้าเห็นรอยรั่วซ้ำหรือมีคราบชื้นลามบนผนัง อย่าแก้ด้วยการเช็ดเพียงอย่างเดียว ให้ถ่ายภาพและแจ้งเจ้าของบ้านเพื่อพิจารณาซ่อมต้นเหตุ การลดน้ำที่เข้ามาย่อมได้ผลกว่าการรอเช็ดใหม่ทุกครั้งที่ฝนตก
เมื่อฝนสาดเข้าบ้าน ให้ตัดทางน้ำ เก็บน้ำส่วนเกิน และทำให้พื้นกับของที่เปียกแห้งโดยเร็ว ตรวจซอกเล็ก ๆ ก่อนจบงาน และเลือกวิธีตามชนิดพื้น หากพบไฟฟ้าใกล้น้ำ รอยรั่วซ้ำ พื้นบวม หรือเชื้อรากินวงกว้าง ควรหยุดและแจ้งเจ้าของบ้านหรือผู้เชี่ยวชาญแทนการฝืนจัดการเอง
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
หากต้องการแม่บ้านประจำที่เข้าใจขอบเขตงานและสื่อสารปัญหาหน้างานได้ แม่บ้านสยามช่วยจัดหาและจับคู่ผู้สมัครตามลักษณะบ้าน ตารางงาน และความต้องการของนายจ้าง ควรแจ้งตั้งแต่ต้นว่าบ้านมีจุดเสี่ยงฝนสาดหรือพื้นชนิดใด เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายตกลงวิธีดูแลได้ตรงกัน
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) อธิบายการควบคุมความชื้น การทำให้วัสดุที่เปียกแห้งภายใน 24–48 ชั่วโมง และการเพิ่มการระบายอากาศเพื่อช่วยลดโอกาสเกิดเชื้อรา. https://www.epa.gov/mold/brief-guide-mold-moisture-and-your-home
[2] กรมอนามัยรวบรวมแนวทางจัดการบ้านหลังน้ำเข้า โดยครอบคลุมความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า การระบายอากาศ และการลดความชื้นเพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อรา. https://hia.anamai.moph.go.th/th/hl-knowledge2/download?did=35003&id=118425&lang=th&mid=39240&mkey=m_document
![]()