แม่บ้านสยาม
อบรมก่อนส่ง ตรวจจริง 6 โรค
  • (ฟรี) ตรวจหาสารเสพติด
  • ตรวจการตั้งครรภ์

นายจ้างสามารถแจ้งให้ตรวจโรคอื่นๆเพิ่มเติมได้

พี่เลี้ยงเด็กกับการฝึกลูกเข้าห้องน้ำ เริ่มเมื่อไหร่ ใครควรเป็นคนฝึก

แม่บ้านถือเงินจ่ายตลาดทุกวันควรทำบัญชีไหม
วิธีจดบัญชีค่าจ่ายตลาดแบบง่าย

พ่อแม่หลายคนสงสัยว่า พี่เลี้ยงฝึกลูกเข้าห้องน้ำ ได้เองไหม หรือต้องรอให้พ่อแม่เป็นคนเริ่ม ทั้งที่ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเด็กมากกว่าอายุตัวเลข เด็กบางคนพร้อมตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสองขวบ ในขณะที่บางคนยังไม่พร้อมจนเกือบสามขวบ การเร่งฝึกก่อนที่ลูกจะพร้อม มักทำให้ทั้งเด็กและผู้ฝึกเครียดโดยไม่จำเป็น หลายบ้านเริ่มคุยเรื่องนี้กับพี่เลี้ยงช้าเกินไป จนพี่เลี้ยงต้องเดาเอาเองว่าจะเริ่มฝึกเมื่อไหร่ดี คำถามนี้ จึง ควรถูกพูดถึงตั้งแต่ช่วงต้นของการจ้างงาน ไม่ใช่รอจนลูกโตพอจะฝึกแล้วค่อยมาคิด

วัยที่เหมาะฝึกขับถ่าย เริ่มสังเกตได้อย่างไร

วัยที่เหมาะฝึกขับถ่าย ไม่ได้ตัดสินจากตัวเลขอายุเพียงอย่างเดียว แต่ดูจากสัญญาณความพร้อมที่สำคัญกว่า คือเด็กเริ่มรู้สึกตัว ก่อนขับถ่าย เดินไปนั่งชักโครกเองได้ พูดบอกความต้องการได้ และผ้าอ้อมแห้งได้นานขึ้นระหว่างวัน ถ้าเด็กยังไม่แสดงสัญญาณเหล่านี้ การเร่งฝึกตามอายุเพื่อนบ้านมักทำให้ใช้เวลานานกว่าที่ควร เพราะเด็กยังไม่พร้อมทางร่างกาย และจิตใจจริง ๆ โดยทั่วไป เด็กส่วนใหญ่เริ่มแสดงสัญญาณเหล่านี้ในช่วงอายุสองถึงสามขวบ แต่ ก็มีเด็กบางคนที่พร้อมเร็วกว่า หรือช้ากว่านั้นได้ เช่นกัน

สัญญาณความพร้อม หมายความว่าอย่างไร ควรทำอะไรต่อ
รู้สึกตัว ก่อนขับถ่าย เด็กเริ่มบอก หรือทำท่าทาง ก่อนปัสสาวะ เริ่มชวนไปนั่งชักโครกลองดู
ผ้าอ้อมแห้งนานขึ้น กระเพาะปัสสาวะเริ่มกักเก็บได้นานขึ้น เริ่มถอดผ้าอ้อม บางช่วงเวลา
พูดบอกความต้องการได้ สื่อสารง่ายขึ้น ระหว่างฝึก เริ่มสอนคำศัพท์ที่ใช้บอกความต้องการ

เด็กแต่ละคนพร้อมไม่พร้อมในเวลาต่างกัน การเปรียบเทียบกับลูกบ้านอื่นจึงไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ พ่อแม่ และพี่เลี้ยงควรสังเกตสัญญาณของเด็กคนนั้น โดยตรง ไม่ใช่ยึดตัวเลขอายุเป็นหลัก การเร่งฝึก ก่อนพร้อม อาจทำให้เด็กกลัวห้องน้ำไปเลยก็ได้ ในขณะที่การรอจนพร้อมจริงมักใช้เวลาฝึกสั้นกว่า และเด็กไม่ต่อต้าน การจดบันทึกสัญญาณเล็ก ๆ ที่สังเกตเห็นในแต่ละวันไว้ ก็ช่วยให้เห็นแนวโน้มความพร้อมได้ชัดเจนขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป

สัญญาณที่บอกว่ายังไม่พร้อม ไม่ควรฝืน

ถ้าเด็กร้องไห้ทุกครั้งที่ถูกพาไปนั่งชักโครก หรือกลัวเสียงชักโครกจนวิ่งหนี นั่นคือสัญญาณว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะ การฝืนฝึกต่อในช่วงนี้มักทำให้เด็กเชื่อมโยงห้องน้ำกับความกลัว ซึ่งแก้ยากกว่าการรอให้พร้อม ก่อนเริ่มใหม่ พี่เลี้ยงที่สังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรแจ้งพ่อแม่ทันที ไม่ใช่ฝืนฝึกต่อไป เพราะกลัวถูกมองว่าทำงานไม่ได้ผล ถ้า หยุดพักไปสักหนึ่งถึงสองสัปดาห์ แล้ว ค่อยเริ่มใหม่ด้วยท่าทีเบา ๆ มักได้ผลดีกว่าการฝืนต่อไปเรื่อย ๆ จนเด็กต่อต้านหนักขึ้น

  • เด็กร้องไห้ หรือต่อต้านทุกครั้งที่ถูกพาไปห้องน้ำ
  • กลัวเสียงชักโครก หรือรู้สึกไม่ปลอดภัย
  • ยังไม่บอกความต้องการล่วงหน้าได้เลย
  • ผ้าอ้อมยังเปียกตลอดเวลาไม่มีช่วงแห้ง

พ่อแม่นำ พี่เลี้ยงเสริม แบ่งบทบาทอย่างไร

วิธีที่ได้ผลดีที่สุดคือ พ่อแม่นำพี่เลี้ยงเสริม กล่าวคือพ่อแม่เป็นคนเริ่มต้นวางแผน และตัดสินใจว่าจะเริ่มฝึก เมื่อไหร่ ส่วน พี่เลี้ยงฝึกลูกเข้าห้องน้ำ ต่อในช่วงเวลากลางวันตามแนวทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างมีวิธีของตัวเอง เพราะ ถ้าพ่อแม่ใช้วิธีหนึ่ง พี่เลี้ยงใช้อีกวิธีหนึ่ง เด็กจะสับสน และใช้เวลาฝึกนานขึ้นกว่าปกติ บทบาทแบบนี้ ไม่ได้ แปลว่าพี่เลี้ยงมีความสำคัญน้อยกว่า แต่ เป็นการแบ่งหน้าที่ตามช่วงเวลาที่แต่ละคนอยู่กับเด็กมากที่สุด

  • พ่อแม่ตัดสินใจวันเริ่มฝึก และวิธีการหลัก
  • พี่เลี้ยงฝึกต่อเนื่องตามแนวทางเดียวกันช่วงกลางวัน
  • สื่อสารความคืบหน้ากันทุกวันสั้น ๆ
  • ปรับแผนร่วมกัน ถ้าวิธีเดิมไม่ได้ผล
  • ให้พี่เลี้ยงมีสิทธิ์เสนอความเห็น ถ้าวิธีเดิมไม่เวิร์ก

การเขียนขั้นตอนฝึกไว้เป็นข้อตกลงร่วมกันตั้งแต่ต้น ช่วยให้พี่เลี้ยงไม่ต้องเดาว่าพ่อแม่อยากให้ทำแบบไหน เช่น คำที่ใช้เรียกกิจกรรมนี้ ควรเหมือนกันทั้งบ้าน ไม่ใช่พ่อแม่ใช้คำหนึ่ง พี่เลี้ยงใช้อีกคำหนึ่งจนเด็กงงว่าหมายถึงเรื่องเดียวกัน วิธีชมเชย เมื่อเด็กทำสำเร็จ ก็ควรตกลงให้เหมือนกัน เช่น จะปรบมือ จะพูดชม หรือจะให้สติกเกอร์ ความสม่ำเสมอของรูปแบบการชม ช่วยให้เด็กเข้าใจว่าตัวเองทำสิ่งที่ถูกต้องไม่ว่าจะอยู่กับใคร ไม่ว่า จะเป็นพ่อแม่ หรือ พี่เลี้ยง

เตรียมอุปกรณ์ช่วยฝึกให้พร้อม

อุปกรณ์ช่วยฝึกที่หลายบ้านนิยมใช้ ได้แก่ เบาะรองนั่งชักโครกสำหรับเด็ก ที่วางเท้าให้เด็กมีจุดยันขณะนั่ง และกางเกงฝึกที่ถอดใส่เองได้ง่าย การเตรียมอุปกรณ์เหล่านี้ให้พร้อม ก่อนเริ่มฝึก ช่วยให้ทั้งเด็ก และพี่เลี้ยงไม่ต้องเสียเวลาควานหาของกลางคัน ซึ่งอาจทำให้พลาดจังหวะที่เด็กส่งสัญญาณต้องการเข้าห้องน้ำ ถ้า บ้านไหน มี งบไม่มาก อุปกรณ์ที่จำเป็นจริง ๆ มีแค่เบาะรองนั่งชิ้นเดียวก็เริ่มได้แล้ว ไม่ต้องซื้อครบทุกอย่างตั้งแต่วันแรก

อุปกรณ์ ประโยชน์ จุดที่ควรระวัง
เบาะรองนั่งชักโครก ลดขนาดรูให้พอดีกับเด็ก ต้องล้างทำความสะอาดสม่ำเสมอ
ที่วางเท้า ช่วยให้เด็กเบ่งได้ถนัดขึ้น เลือกความสูงให้พอดีกับเด็กแต่ละคน
กางเกงฝึก ถอดใส่เองได้ง่าย กระตุ้นความมั่นใจ ยังเปื้อนได้ ถ้าไม่ทันเวลา ต้องเตรียมสำรอง

ความสม่ำเสมอของทุกคนในบ้านคือหัวใจ

ความสม่ำเสมอในการฝึก สำคัญกว่าเทคนิคเฉพาะทางใด ๆ ถ้าพ่อแม่ฝึกวันเว้นวัน แล้วพี่เลี้ยงฝึกทุกวัน หรือกลับกัน เด็กจะไม่เห็นรูปแบบที่ชัดเจน และใช้เวลาปรับตัวนานขึ้น บ้านที่มีคนดูแลเด็กหลายคน เช่น ปู่ย่าตายายมาช่วยบางวัน ควรบอกแนวทางเดียวกันให้ทุกคนเข้าใจตรงกันด้วย เพราะ ถ้าปู่ย่าใช้วิธีหนึ่ง พ่อแม่ใช้อีกวิธีหนึ่ง แล้ว พี่เลี้ยงใช้อีกวิธีหนึ่ง เด็กจะยิ่งสับสนหนักกว่าเดิม และ อาจใช้เวลาฝึกนานกว่าที่ควรจะเป็นหลายเท่า ครอบครัวใหญ่จึงควรมีการประชุมสั้น ๆ ก่อนเริ่มฝึก เพื่อให้ทุกคนเข้าใจแนวทางเดียวกันตั้งแต่วันแรก

ช่วงแรกของการฝึก อาจมีอุบัติเหตุเปื้อนเลอะเทอะบ้าง เป็นเรื่องปกติที่ไม่ควรตำหนิเด็ก หรือพี่เลี้ยง การตอบสนองด้วยท่าทีใจเย็นจากทุกคนในบ้าน ช่วยให้เด็กไม่รู้สึกกลัว หรืออับอายจนไม่กล้าลองอีก การเตรียมเสื้อผ้าสำรองไว้หลายชุดในจุดที่หยิบง่าย ก็ช่วยลดความวุ่นวายเวลาเกิดอุบัติเหตุได้มาก

ตัวอย่างตารางฝึกที่หลายบ้านใช้ได้ผล

ตารางฝึกที่ชัดเจนช่วยให้ทั้งพ่อแม่ และพี่เลี้ยงรู้ว่าควรทำอะไรในแต่ละช่วงของวัน ไม่ต้องเดาสุ่มไปเรื่อย ๆ ตัวอย่างด้านล่างเป็นแนวทางที่ปรับใช้ได้ตามตารางชีวิตจริงของแต่ละบ้าน เพราะ แต่ละบ้านมีตารางชีวิตต่างกัน จึง ควรปรับให้เข้ากับกิจวัตรจริง ไม่ใช่ลอกตารางจากที่อื่นมาใช้ทั้งหมด

ช่วงเวลา กิจกรรมฝึก ผู้รับผิดชอบ
เช้า หลังตื่นนอน พาไปนั่งชักโครกทันที พ่อแม่ หรือพี่เลี้ยงที่อยู่ด้วย
กลางวัน ทุกสองชั่วโมง ชวนไปลองนั่ง ไม่บังคับ พี่เลี้ยง เป็นหลัก
ก่อนนอน พาไปนั่งอีกครั้ง ก่อนใส่ผ้าอ้อมกลางคืน พ่อแม่

ตารางแบบนี้ไม่ตายตัว ปรับได้ตามความพร้อมของเด็กแต่ละคน สิ่งสำคัญคือทุกคนที่เกี่ยวข้องเข้าใจตารางเดียวกัน และทำตามอย่างสม่ำเสมอในช่วงสัปดาห์แรกที่เป็นช่วงสำคัญที่สุดของการฝึก ถ้า สัปดาห์แรกผ่านไปด้วยดี และเด็กเริ่มจับรูปแบบได้ ช่วงต่อไปมักจะราบรื่นขึ้นเรื่อย ๆ แต่ ถ้าสัปดาห์แรกยังสับสน หรือ มีคนในบ้านทำไม่ตรงตาราง ก็อาจต้องใช้เวลานานขึ้น โดยไม่ใช่ความผิดของเด็ก หรือพี่เลี้ยงเลย บ้านที่ยืดหยุ่นกับตารางได้บ้าง เช่น วันที่ออกไปข้างนอกทั้งวัน มักปรับตัวได้ดีกว่าบ้านที่เคร่งครัดจนเกินไป

ก่อนจ้างพี่เลี้ยง ควรคุยเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ต้น

เจ้าของบ้าน ที่กำลังจะ จ้างพี่เลี้ยงเด็ก ควรถามตั้งแต่วันสัมภาษณ์งานว่ามีประสบการณ์ฝึกเด็กเข้าห้องน้ำมาก่อนไหม เพราะพี่เลี้ยงที่เคยผ่านงานนี้มาแล้ว มักรับมือกับอุบัติเหตุเปื้อนเลอะได้ใจเย็นกว่าคนที่ไม่เคยเจอมาก่อน ความปลอดภัยเด็ก ระหว่างฝึก เช่น การไม่ปล่อยเด็กนั่งชักโครกตามลำพังนานเกินไป ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรพูดคุยให้ชัดเจน หลายบ้านมองข้ามคำถามนี้ตอนสัมภาษณ์ แล้วมาเจอปัญหาทีหลังว่าพี่เลี้ยงไม่มั่นใจกับงานนี้เลย

บ้านที่ พี่เลี้ยงฝึกลูกเข้าห้องน้ำ ไม่เคยมาก่อน ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเกินไป ขอแค่พ่อแม่ใช้เวลาสอนวิธีที่ต้องการให้พี่เลี้ยงเข้าใจตั้งแต่ต้น พร้อมอธิบายเหตุผลของแต่ละขั้นตอน ไม่ใช่แค่สั่งให้ทำตาม โดยไม่มีคำอธิบาย เพราะพี่เลี้ยงที่เข้าใจเหตุผล มักปรับตัวกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดีกว่าคนที่แค่ทำตามคำสั่ง ถ้า พี่เลี้ยงเข้าใจว่าทำไมต้องพาไปนั่งชักโครกตอนตื่นนอน ก็ จะปรับเวลาได้เอง เมื่อกิจวัตรของเด็กเปลี่ยนไปบ้างในบางวัน แทนที่จะยึดติดกับเวลาตายตัวจนพลาดจังหวะที่เด็กพร้อมจริง

  • ถามประสบการณ์ฝึกเด็กเข้าห้องน้ำตั้งแต่วันสัมภาษณ์
  • ตกลงคำศัพท์ และขั้นตอนที่ใช้ร่วมกันทั้งบ้าน
  • เตรียมอุปกรณ์ช่วยฝึกให้พร้อม ก่อนเริ่ม
  • ทบทวนความคืบหน้ากับพี่เลี้ยงเป็นประจำ
  • เขียนตารางฝึกติดไว้ในจุดที่ทุกคนเห็น
  • ตกลงล่วงหน้าว่าจะทำอย่างไร ถ้าฝึกไม่คืบหน้า

การฝึกลูกเข้าห้องน้ำ ควรเริ่ม เมื่อเด็กพร้อมจริง ไม่ใช่ตามอายุเพื่อนบ้าน พ่อแม่นำวางแผน พี่เลี้ยงเสริมด้วยแนวทางเดียวกัน และความสม่ำเสมอของทุกคนในบ้านคือกุญแจสำคัญที่สุด

ครอบครัวที่วางแนวทางฝึกร่วมกันตั้งแต่ต้น มักใช้เวลาฝึกสั้นกว่าครอบครัวที่ต่างคนต่างทำ เพราะเด็กเห็นรูปแบบเดียวกันไม่ว่าจะอยู่กับใคร ความอดทน และความใจเย็นของทุกคนในบ้าน คือปัจจัยที่ทำให้การฝึกเรื่องนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น พ่อแม่บางคนกดดันตัวเองว่าลูกต้องฝึกสำเร็จเร็วกว่าเด็กบ้านอื่น ทั้งที่ความจริง แล้วแต่ละบ้านมีจังหวะของตัวเอง การเปรียบเทียบไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น มี แต่จะเพิ่มความเครียดให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม

แม่บ้านสยาม ช่วยพ่อแม่ หาพี่เลี้ยงเด็ก ที่มีประสบการณ์ดูแลเด็กเล็ก รวมถึงช่วงฝึกเข้าห้องน้ำ บริการพี่เลี้ยง ของเราช่วยคัดกรอง และแนะแนวทางดูแลเด็กแต่ละช่วงวัย ทีมงานของเรายินดีให้คำปรึกษาเรื่องการวางแผนฝึกลูกเข้าห้องน้ำร่วมกับพี่เลี้ยงที่เหมาะกับบ้านคุณ ไม่ว่าลูกคุณจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม

อ้างอิง

[1] WHO แนวทางพัฒนาการเด็กปฐมวัย เกี่ยวข้องกับความพร้อมทางร่างกายและจิตใจของเด็กเล็ก. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/early-child-development

[2] UNICEF เรื่องการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก เกี่ยวข้องกับความสม่ำเสมอของผู้ดูแลเด็ก. https://www.unicef.org/parenting/child-care

แชร์บทความนี้ไปที่...

Facebook
X
WhatsApp
Email
Threads