ภาพ พี่เลี้ยงหลับตอนเด็กหลับ เป็นหนึ่งในเรื่องที่พ่อแม่เถียงกันมากที่สุดเวลาเปิดกล้องดูบ้านตอนกลางวัน ฝั่งหนึ่งมองว่าจ้างมาเฝ้าลูก จะมาหลับพร้อมลูกได้ยังไง อีกฝั่งมองว่าคนทำงานที่ตื่นมาดูเด็กตั้งแต่เช้ามืด ถ้าไม่ได้พักเลยทั้งวัน ตอนบ่ายแก่ ๆ จะเอาแรงที่ไหนมาดูแลเด็กให้ปลอดภัย คำถามว่าผิดไหมจึงไม่มีคำตอบเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าบ้านนั้นตกลงเรื่องการพักกันไว้แบบไหน และเด็กอยู่ในวัยที่ปล่อยสายตาได้แค่ไหน
งานพี่เลี้ยงคืองานเฝ้าตลอด หรืองานตามจังหวะเด็ก
ความเข้าใจที่คลาดกัน ตั้งแต่ต้น คือเจ้าของบ้าน จำนวนไม่น้อยคิดว่างานพี่เลี้ยง คือการนั่งเฝ้าเด็กแบบไม่ละสายตาตลอดสิบชั่วโมง ทั้งที่ในความเป็นจริง งานดูแลเด็กเป็นงาน ตามจังหวะ เด็กตื่นก็เข้มข้น เด็กหลับก็เบาลง คนทำงานที่ไม่ได้พักเลยตลอดกะ กลับเป็นความเสี่ยงมากกว่า เพราะความง่วงสะสมทำให้การตัดสินใจช้าลงในจังหวะที่เด็ก ต้องการ การดูแลจริง เรื่องนี้เหมือนงานเฝ้าระวังทุกอาชีพที่ต้องมีจังหวะพัก เพื่อให้ช่วงที่ต้องตื่นตัวมี คุณภาพเต็มที่
มุมกลับกัน ฝั่งพี่เลี้ยงเองก็ ต้องเข้าใจว่า การพักของงานนี้ไม่เหมือนงานออฟฟิศ เพราะเด็กตื่น เมื่อไหร่ก็ ต้องพร้อมทันที งานนี้ไม่มี เวลาพักเที่ยงที่แน่นอน เหมือนงาน ในออฟฟิศ ทั่วไป การพักที่เหมาะกับงานนี้ จึงเป็น การพักแบบตื่นได้ไวไม่ใช่การหลับลึก จนปลุกไม่ขึ้น คำ ถามว่า พี่เลี้ยงหลับตอนเด็กหลับได้ไหมจึง ต้องตอบจากลักษณะงาน จริงไม่ใช่จากภาพ ในความรู้สึกของฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง
การพักแบบไหนที่รับได้ แบบไหนที่เสี่ยง
เส้นแบ่งของ การพักที่รับได้อยู่ที่สองเรื่อง คือวัยของเด็ก และสภาพแวดล้อมตอนเด็กหลับ เด็กทารกที่ยังพลิกตัวเองไม่ได้กับเด็กสามขวบที่นอนในห้องที่จัดให้ปลอดภัยแล้ว ต้องการระดับการเฝ้าที่ต่างกันมาก สถานการณ์ เดียวกัน คำว่า พี่เลี้ยงหลับตอนเด็กหลับ จึงอาจ โอเค ในบ้านหนึ่ง แต่เสี่ยงมาก ในอีกบ้าน
| สถานการณ์ | ระดับความเสี่ยง | แนวทางที่เหมาะ |
|---|---|---|
| ทารกหลับกลางวัน | สูง ต้องมีคนดูใกล้ | งีบไม่ได้ ควรพักสลับกับงานเบาในห้องเดียวกัน |
| เด็กเล็กหลับในห้องที่จัดปลอดภัยแล้ว | ปานกลาง | งีบสั้นแบบตื่นไว ตั้งปลุกไว้ เปิดประตูห้องถึงกัน |
| เด็กหลับกลางคืนมี พ่อแม่อยู่บ้าน | ต่ำ | พี่เลี้ยงนอน ตามเวลาปกติได้ ตามข้อตกลง |
| เด็กป่วยมีไข้ หรือเพิ่งกินยา | สูงเป็นพิเศษ | ห้ามงีบ ต้องเฝ้าดูอาการเป็นระยะใกล้ชิด |
จะเห็นว่าคำว่าหลับคำเดียวกัน เสี่ยงไม่เท่ากันเลย ในแต่ละสถานการณ์ บ้านที่คุยกันด้วย ตารางแบบนี้ มัก จบดราม่าได้เร็ว เพราะทั้งสองฝ่ายเห็นภาพเดียวกันว่าจุดไหนงีบได้จุดไหน ต้องตาสว่างเต็มร้อย บางบ้าน ถึงขั้น เขียนตาราง แบบนี้ ติดไว้ที่ตู้เย็นให้เห็น ตรงกัน ทุกวัน ว่าช่วงไหน งีบได้ โดยไม่ต้อง กังวลใจ
ตกลงกันชัด ๆ ดีกว่าแอบจับผิด
บ้านที่ เลือกทางแอบดูกล้อง แล้วเก็บความหงุดหงิดไว้เงียบ ๆ มักจบไม่สวย เพราะวันที่ระเบิดออกมา เรื่องจะไม่ใช่แค่การงีบ แต่กลายเป็นเรื่อง ความไว้ใจทั้งหมดที่ผ่านมา ทางที่ดีกว่า คือตกลงกติกาการพัก กันตรง ๆ ตั้งแต่สัปดาห์แรกของการ จ้างพี่เลี้ยงเด็ก ว่าเวลาไหนพักได้พักได้นานแค่ไหน และระหว่างพัก ต้องอยู่ตรงไหนของบ้าน เรื่อง พี่เลี้ยงหลับตอนเด็กหลับจะได้ไม่ต้อง กลายเป็นปมค้างใจของใคร อีกเลย เพราะทุกคน รู้กติกา เดียวกัน ตั้งแต่วันแรกของการ ทำงาน ร่วมกัน
การมีกติกาชัดยัง ช่วย ฝั่งพี่เลี้ยงด้วย เพราะคนทำงานจำนวนมากไม่กล้าพักทั้งที่เหนื่อย เนื่องจากกลัวถูกมองว่าอู้งาน สุดท้ายฝืน จนเบลอ แล้วพลาดในจังหวะสำคัญ กติกาที่ เขียนไว้ชัดว่าพักได้ เมื่อไหร่ จึงเป็นการคุ้มครองทั้ง ความปลอดภัยเด็ก และศักดิ์ศรีของคนทำงาน พร้อมกัน เมื่อกติกา ชัดแล้ว คำว่า พี่เลี้ยงหลับตอนเด็กหลับก็ เปลี่ยนจากข้อกล่าวหาเป็นแค่ ส่วนหนึ่งของตาราง งานปกติที่ทุกคน เข้าใจ ตรงกัน
- กำหนด เวลาพักที่ชัดเ จน ในแต่ละวัน อิง ตารางนอนของเด็ก
- ตกลงรูปแบบการงีบ เช่น งีบสั้น พร้อมตั้งปลุก ในห้องที่ได้ยินเสียงเด็ก
- ระบุ สถานการณ์ห้ามงีบเด็ดขาด เช่น เด็กป่วย เด็กเล่นน้ำ
- เปิดช่องให้พี่เลี้ยง บอกตรง ๆได้ เมื่อเหนื่อยผิดปกติ
- ทบทวนกติการ่วมกัน เมื่อเด็กโตขึ้น หรือตารางเปลี่ยน
- จดเวลางีบ จริงไว้ สักหนึ่งสัปดาห์ เพื่อดู ว่า ตารางที่ตกลง ใช้ได้จริง ไหม
- เผื่อแผน สำรอง ไว้ด้วย ว่า ถ้าคนดูแล ป่วย ใครดู เด็กแทน ในวันนั้น
- เขียนกติกา สั้น ๆ ติดไว้ ในบ้าน หนึ่งแผ่น อ่านง่าย เห็นชัด ทุกฝ่าย
- คุยทบทวน กันสั้น ๆ ทุกเดือน ว่ามีอะไร อยากปรับจากตาราง เดิมบ้าง อีกไหม
เช็กก่อนพัก และหลังตื่น
- ตรวจความเรียบร้อยของเด็ก ก่อนเริ่มพัก และตรวจอีกครั้ง หลังตื่น
- ตั้งเสียงปลุกให้ได้ยินชัด แต่ไม่ดัง จนรบกวนเด็ก
- วางโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัว และเปิดเสียงตลอดช่วงพัก
- แจ้ง พ่อแม่ทันที หากอ่อนเพลียผิดปกติ หลายวันต่อเนื่อง
สัญญาณที่บอกว่าการหลับกลายเป็นปัญหาจริง
การงีบ ตามข้อ ตกลงไม่ใช่ปัญหา แต่มี สัญญาณบางอย่างที่ บอกว่า เรื่องนี้เกินขอบเขตแล้ว เช่น เด็กตื่นมาร้องไห้นาน โดยไม่มีคนเข้าไปดูของใช้เด็กไม่ถูกเตรียม ตามรอบ เพราะคนดูแลหลับยาว หรือพี่เลี้ยงดูอ่อนเพลียผิดปกติติดต่อกันหลายวัน จนงาน ช่วงเด็กตื่นก็หลุดไปด้วย แบบนี้ไม่ใช่เรื่องการพัก แต่เป็น สัญญาณว่าภาระงาน รวมอาจหนักเกินคนเดียวรับไหว หรือสุขภาพของคนทำงานกำลังมีปัญหา
วิธีคุยใน กรณีนี้ คือเปิดบทสนทนาด้วย ข้อสังเกตที่เจาะจงไม่ใช่ คำกล่าวหารวม ๆ ว่าขี้เกียจ ถามถึงสาเหตุ ก่อนตัดสิน บางครั้งคำตอบ คือปัญหาสุขภาพ บางครั้ง คือถูกวานให้ทำงานบ้านเพิ่ม จนไม่ได้พักจริง ซึ่งทั้งสองแบบแก้ได้ ถ้ารู้ สาเหตุที่แท้จริง หัวใจของการคุย คือแยกให้ออก ว่า พี่เลี้ยงหลับตอนเด็กหลับ ครั้งนั้น อยู่ใน ข้อตกลง หรือเป็นการละเลย หน้าที่ ซึ่งเป็นคนละเรื่อง กัน
พี่เลี้ยงหลับตอนเด็กหลับไม่ใช่เรื่องผิดในตัวเอง ถ้าวัยเด็ก และสถานการณ์เอื้อ และมีข้อ ตกลงที่ชัดเ จนรองรับ สิ่งที่ทำร้ายบ้านมากกว่า คือการแอบจับผิด โดยไม่เคย ตกลงกติกากันเลย คุยให้ชัด ตั้งแต่ต้น ทุกฝ่าย รวมทั้งเด็กจะได้ คนดูแลที่สดชื่น พร้อมทำงานจริง
บ้านที่มอง การพักของคนทำงานเป็นส่วนหนึ่งของ ระบบดูแลเด็กไม่ใช่ของแถมที่ต้องแอบทำ มักได้พี่เลี้ยงที่อยู่ด้วยกันยาว เพราะคนทำงานรู้สึกว่าบ้านนี้แฟร์กับเขา และความแฟร์นั้นย้อนกลับมาเป็นคุณภาพ การดูแลลูกของเราเองในทุกวัน ความไว้ใจ แบบนี้ สร้างได้จากการคุย ตรง ๆไม่กี่ครั้ง แต่ให้ผล ยาวนาน กว่ากล้อง อีกหลายตัว ในบ้าน และคุ้มค่า กว่ามาก ในระยะยาว
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยาม ช่วย พ่อแม่หาพี่เลี้ยงที่ทำงานเป็นระบบ และช่วย วางข้อ ตกลงเรื่องเวลางาน เวลาพักให้ชัด ตั้งแต่วันแรก บริการพี่เลี้ยงของเรายินดีให้คำปรึกษา เพื่อให้เจ้าของบ้านกับคนทำงานอยู่ร่วมกันอย่างสบายใจทั้งสองฝ่าย
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] WHO แนวทางพัฒนาการเด็กปฐมวัย เกี่ยวข้องกับความต้องการการดูแลของเด็กเล็กตามวัย. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/early-child-development
[2] UNICEF เรื่องการดูแลเด็กและผู้ดูแลเด็ก เกี่ยวข้องกับคุณภาพการดูแลและความปลอดภัยของเด็ก. https://www.unicef.org/parenting/child-care