หลายบ้านที่พ่อแม่ติดงานพร้อมกันทั้งคู่ มักสงสัยว่าพี่เลี้ยงเด็กพาลูกไปฉีดวัคซีนแทนพ่อแม่ได้ไหม เพราะนัดวัคซีนตามช่วงวัยมักตรงกับเวลางาน คำตอบขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละโรงพยาบาลและการเตรียมเอกสารให้ครบก่อนไปถึง
โรงพยาบาลอนุญาตไหม ต้องมีอะไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อยคือพี่เลี้ยงเด็กพาลูกไปฉีดวัคซีนแทนพ่อแม่ได้ไหม คำตอบคือโรงพยาบาลส่วนใหญ่อนุญาตให้ทำได้ แต่มักกำหนดเงื่อนไขเรื่องเอกสารยืนยันตัวตนและการมอบอำนาจให้ตัดสินใจเรื่องการรักษาแทน เพราะการฉีดวัคซีนถือเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ต้องมีผู้รับผิดชอบยินยอมชัดเจน แต่ละโรงพยาบาลมีระเบียบไม่เหมือนกัน จึงควรโทรสอบถามล่วงหน้าก่อนนัดหมายทุกครั้ง
เอกสารมอบอำนาจที่ควรเตรียม
ก่อนวันที่พี่เลี้ยงเด็กพาลูกไปฉีดวัคซีนจริง เอกสารมอบอำนาจที่ควรเตรียมช่วยให้ขั้นตอนที่โรงพยาบาลราบรื่นขึ้นมาก และลดโอกาสที่จะถูกปฏิเสธหน้างาน
- หนังสือมอบอำนาจจากพ่อแม่ ระบุชื่อพี่เลี้ยงและขอบเขตการตัดสินใจแทน
- สำเนาบัตรประชาชนพ่อแม่และพี่เลี้ยงเด็กแนบไปด้วย
- เบอร์โทรพ่อแม่ที่ติดต่อได้ทันทีระหว่างอยู่โรงพยาบาล
- สมุดวัคซีนเด็กตัวจริง ไม่ใช่สำเนาหรือรูปถ่าย
สมุดวัคซีนเด็ก เอกสารที่ขาดไม่ได้
สมุดวัคซีนเด็กเป็นเอกสารที่ขาดไม่ได้ทุกครั้งที่ไปฉีด เพราะแพทย์ต้องใช้ตรวจสอบว่าลูกฉีดวัคซีนตัวไหนมาแล้วบ้าง เข็มถัดไปคือตัวใด และห่างจากเข็มก่อนหน้ากี่สัปดาห์ ถ้าลืมพกไป โรงพยาบาลบางแห่งอาจเลื่อนนัดออกไปเพื่อความปลอดภัยของเด็ก พี่เลี้ยงจึงควรเก็บสมุดวัคซีนไว้ในกระเป๋าที่หยิบใช้งานง่ายเสมอ ไม่ปะปนกับเอกสารอื่นจนหาไม่เจอตอนเร่งรีบ
ข้อมูลที่พี่เลี้ยงต้องตอบหมอได้
นอกจากเอกสาร ข้อมูลที่ต้องตอบหมอได้ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะประวัติแพ้ยาของเด็กที่ต้องรู้ให้แม่นก่อนไปถึงโรงพยาบาล เพราะแพทย์มักถามคำถามหน้างานก่อนฉีดทุกครั้งเพื่อประเมินความปลอดภัย
- ลูกมีอาการแพ้ยาหรือวัคซีนครั้งก่อนหรือไม่
- ตอนนี้ลูกป่วยหรือมีไข้อยู่หรือเปล่า
- กินยาประจำตัวอะไรอยู่บ้างในช่วงนี้
- เข็มก่อนหน้ามีอาการข้างเคียงหลังฉีดไหม
ถ้าไม่แน่ใจคำตอบข้อไหน พี่เลี้ยงควรโทรถามพ่อแม่ต่อหน้าแพทย์ทันทีดีกว่าเดาคำตอบเอง เพราะประวัติแพ้ยาของเด็กที่ผิดพลาดอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของเด็กโดยตรง แพทย์ส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์นี้ดีและยินดีรอสักครู่ให้ติดต่อพ่อแม่ก่อนตัดสินใจ ควรจดประวัติแพ้ยาของเด็กติดตัวไว้ในสมุดวัคซีนด้วยทุกครั้งที่รู้ข้อมูลใหม่
นัดหมายล่วงหน้า ลดปัญหาหน้างาน
ก่อนวันที่พี่เลี้ยงเด็กพาลูกไปฉีดวัคซีน การนัดหมายล่วงหน้ากับโรงพยาบาลและแจ้งพ่อแม่ให้ชัดเจนถึงวันเวลาช่วยลดความเสี่ยงที่จะเจอปัญหาหน้างาน โรงพยาบาลบางแห่งต้องการให้พ่อแม่โทรแจ้งล่วงหน้าเองว่าจะให้พี่เลี้ยงพาไปแทน ไม่ใช่แค่ให้พี่เลี้ยงเดินเข้าไปพร้อมเอกสารเฉย ๆ การเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันนัดจึงช่วยให้ทุกฝ่ายสบายใจกว่า
- โทรสอบถามระเบียบของโรงพยาบาลก่อนนัดทุกครั้ง
- แจ้งพ่อแม่ให้โทรยืนยันกับโรงพยาบาลด้วยตัวเองถ้าจำเป็น
- เตรียมเอกสารทั้งหมดไว้ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน
- จดเบอร์แผนกกุมารเวชไว้เผื่อโทรสอบถามเพิ่มระหว่างทาง
พี่เลี้ยงเด็กพาลูกไปฉีดวัคซีนแทนพ่อแม่ได้ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ ถ้าเตรียมหนังสือมอบอำนาจ สมุดวัคซีนเด็ก และข้อมูลสุขภาพที่ต้องตอบหมอได้ให้ครบ เรื่องเฉพาะทางการแพทย์ที่ละเอียดกว่านี้ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือโรงพยาบาลโดยตรงเพื่อความปลอดภัยของเด็ก
หลังฉีดวัคซีน พี่เลี้ยงต้องสังเกตอะไรบ้าง
หลังฉีดวัคซีนเสร็จ หน้าที่ของพี่เลี้ยงยังไม่จบแค่พาเด็กกลับบ้าน เพราะอาการข้างเคียงบางอย่างอาจเกิดขึ้นภายในหนึ่งถึงสองวันหลังฉีด การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดช่วยให้แจ้งพ่อแม่หรือพาไปพบแพทย์ได้ทันเวลาหากจำเป็น
- สังเกตไข้หรือรอยแดงบวมบริเวณที่ฉีดในวันแรก
- เช็ดตัวลดไข้ตามคำแนะนำของแพทย์ถ้ามีไข้ต่ำ
- บันทึกเวลาที่เริ่มมีอาการเผื่อต้องแจ้งพ่อแม่หรือแพทย์
- โทรแจ้งพ่อแม่ทันทีถ้าอาการดูรุนแรงกว่าปกติ เช่นไข้สูงมากหรือร้องไห้งอแงผิดปกติ
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยาม ให้บริการจัดหาพี่เลี้ยงเด็กที่ผ่านการคัดกรองและพร้อมรับผิดชอบงานดูแลลูกอย่างรอบคอบ หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการมอบหมายงานให้พี่เลี้ยง ทีมงานของเรายินดีให้คำแนะนำ
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] CDC แนวทางการเตรียมตัวก่อนพาเด็กไปฉีดวัคซีนตามช่วงวัย ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานทั่วไปเรื่องเอกสารและข้อมูลสุขภาพที่ควรเตรียมก่อนนัดฉีดวัคซีน ไม่ได้ครอบคลุมระเบียบมอบอำนาจเฉพาะของแต่ละโรงพยาบาล ควรสอบถามโรงพยาบาลโดยตรง. https://www.cdc.gov/vaccines/parents/visit/index.html
[2] MedlinePlus ข้อมูลเรื่องหนังสือมอบอำนาจดูแลบุตรชั่วคราว ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานทั่วไปเรื่องเอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเมื่อมอบหมายให้ผู้อื่นดูแลบุตรแทนชั่วคราว. https://medlineplus.gov/ency/patientinstructions/000602.htm