แม่บ้านสยาม
อบรมก่อนส่ง ตรวจจริง 6 โรค
  • (ฟรี) ตรวจหาสารเสพติด
  • ตรวจการตั้งครรภ์

นายจ้างสามารถแจ้งให้ตรวจโรคอื่นๆเพิ่มเติมได้

พี่เลี้ยงเด็กกับเวลาอาหารในบ้าน กินด้วยกันหรือรอให้เด็กกินก่อน ใครควรตัดสินใจ

แม่บ้านรายเดือนดูตารางเวลาพักคู่กับตารางงานบ้านประจำวัน
นาฬิกาตั้งโต๊ะข้างสมุดจดงานบ้านสื่อถึงเวลาพักที่ชัดเจน

หกโมงเย็นวันธรรมดา พี่เลี้ยงเด็กในหลายบ้านต้องตัดสินใจเรื่องเดิมซ้ำแทบทุกวัน คือจะให้เด็กกินข้าวก่อน หรือรอให้ครอบครัวกลับมาแล้วกินข้าวพร้อมกัน คำถามเล็ก ๆ แบบนี้ ถ้าไม่เคยตกลงกันไว้ชัด อาจกลายเป็นความอึดอัดที่สะสมทุกเย็น

เกณฑ์นี้ใช้ได้กับทุกบ้าน ไม่ว่าจะมีลูก 1 คนหรือ 3 คนขึ้นไป

จุดสำคัญคือความสม่ำเสมอ ไม่ใช่ตัวเลขที่ตายตัว

บทความนี้ชวนดูว่าเรื่องเวลาอาหารในบ้านควรตัดสินใจเรื่องอาหารอย่างไร ใครควรเป็นคนตัดสินใจหลัก และพี่เลี้ยงเด็กควรวางตัวแบบไหนเมื่อพ่อแม่ยังไม่กลับถึงบ้านตรงเวลา

บ้านที่ตัดสินใจว่าจะรอลูกกินก่อนหรือให้เด็กกินก่อนได้เอง มักผ่านช่วงลองผิดลองถูกประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์ ก่อนจะเจอจังหวะที่เหมาะกับทั้งบ้าน

เย็นวันหนึ่งที่ต้องตัดสินใจเรื่องมื้อเย็น

สถานการณ์แบบนี้ไม่เหมือนกันทุกบ้าน คำตอบที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุเด็กและตารางเวลาจริงของครอบครัวเป็นหลัก ตารางด้านล่างเป็นกรอบคร่าว ๆ ที่ช่วยให้พี่เลี้ยงเด็กตัดสินใจได้เร็วขึ้นในแต่ละสถานการณ์

อายุเด็ก ควรกินก่อนได้ไหม เหตุผล ข้อสังเกต
ต่ำกว่า 1 ขวบ ได้ตามเวลานม 3 ถึง 4 มื้อต่อวัน ร่างกายเด็กต้องการรอบอาหารถี่กว่าผู้ใหญ่ ไม่ควรรอครอบครัวเกิน 1 ชั่วโมงจากเวลาปกติ
1 ถึง 3 ปี กินก่อนได้ ถ้าครอบครัวกลับหลัง 1 ชั่วโมงครึ่ง เด็กวัยนี้หิวเร็วและงอแงถ้ารอนาน เก็บของว่างเบา ๆ ไว้ให้กินร่วมโต๊ะภายหลังได้
3 ถึง 6 ปี รอได้ถ้าไม่เกิน 30 ถึง 45 นาที เริ่มฝึกความอดทนและมารยาทโต๊ะอาหารได้ ถ้าหิวมากให้กินของว่างเล็กน้อยระหว่างรอ
6 ปีขึ้นไป รอได้เกือบเท่าผู้ใหญ่ เข้าใจเหตุผลและมีวินัยมากขึ้น ควรชวนช่วยจัดโต๊ะระหว่างรอ 1 มื้อ

ตัวเลขในตารางนี้เป็นกรอบเริ่มต้นเท่านั้น ไม่ใช่กฎตายตัว บ้านที่มีตารางเวลาไม่แน่นอน ควรคุยกับพี่เลี้ยงเด็กล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ว่าจะใช้เกณฑ์แบบไหนเป็นหลักในการตัดสินใจเรื่องอาหาร

บางบ้านเลือกใช้นาฬิกาตั้งเตือนที่โต๊ะอาหาร ตั้งไว้ล่วงหน้า 15 ถึง 20 นาทีก่อนเวลาปกติ เพื่อให้พี่เลี้ยงเด็กเตรียมของว่างทันเวลาโดยไม่ต้องเดา

ลองยกตัวอย่างตัวเลขให้เห็นภาพ ถ้าครอบครัวออกจากที่ทำงานตรงเวลาทุกวันใน 5 วันต่อสัปดาห์ โอกาสที่ต้องใช้กรอบ กินก่อนได้เลย จะเกิดขึ้นไม่เกิน 1 ถึง 2 ครั้งเท่านั้น แต่ถ้าตารางงานไม่แน่นอน อาจต้องใช้กรอบนี้ถึง 3 ถึง 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งควรคุยล่วงหน้าให้ชัดตั้งแต่ 1 เดือนแรก

  • กะเวลาปกติ ครอบครัวกลับตรง 6 โมงเย็น — ให้ทุกคนกินข้าวพร้อมกัน 1 มื้อ
  • กะกลับช้าไม่เกิน 30 นาที — รอกินพร้อมกันได้ ให้เด็กกินของว่างรองท้อง
  • กะกลับช้าเกิน 1 ชั่วโมง — ให้เด็กกินข้าวก่อนได้เลย ไม่ต้องรอ
  • วันหยุดหรือวันพิเศษ — ปรับเวลาอาหารได้ยืดหยุ่นกว่าวันธรรมดา 1 ถึง 2 ชั่วโมง

ใครควรเป็นคนตัดสินใจเรื่องเวลาอาหารของครอบครัว

กรอบนี้ใช้เวลาตกลงกันจริงไม่เกิน 10 ถึง 15 นาทีต่อครั้ง แต่ช่วยประหยัดเวลาเถียงกันได้อีกหลายเดือน

โดยหลักการแล้ว การตัดสินใจเรื่องอาหารในบ้านควรเป็นของพ่อแม่ เพราะเกี่ยวข้องกับค่านิยมการเลี้ยงดูที่แต่ละบ้านให้ความสำคัญไม่เหมือนกัน บางบ้านให้ความสำคัญกับการกินข้าวพร้อมกันเป็นเวลาของครอบครัว บางบ้านให้ความสำคัญกับตารางนอนของเด็กมากกว่า

สิ่งที่พี่เลี้ยงเด็กทำได้คือขอให้พ่อแม่กำหนดกรอบตัดสินใจไว้ล่วงหน้า เช่น ถ้าครอบครัวกลับช้ากว่า 1 ชั่วโมงจากเวลาปกติ ให้เด็กกินข้าวก่อนได้เลย แต่ถ้าช้าไม่ถึง 30 นาที ให้รอกินพร้อมกัน กรอบแบบนี้ช่วยให้พี่เลี้ยงตัดสินใจเรื่องอาหารได้เองโดยไม่ต้องโทรถามทุกครั้ง

บ้านที่มีเด็ก 2 ถึง 3 คนในวัยต่างกัน อาจต้องปรับกรอบนี้ทุก 3 ถึง 6 เดือน เพราะเด็กโตขึ้นและความสามารถในการรอก็เปลี่ยนไปตามวัย

บ้านที่มีเด็กมากกว่า 1 คนและอายุห่างกัน อาจต้องมี 2 เกณฑ์แยกกัน เช่น เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปีให้กินก่อนได้เสมอ ส่วนเด็กโตอายุ 6 ปีขึ้นไปให้รอกินพร้อมครอบครัวได้ถึง 45 นาที การแยกเกณฑ์แบบนี้ช่วยลดความสับสนของพี่เลี้ยงเด็กเมื่อต้องดูแลเด็กหลายวัยพร้อมกัน

ข้อดีและข้อเสียของการให้เด็กกินก่อนกับกินพร้อมครอบครัว

ทั้งหมดนี้ใช้ได้กับครอบครัวที่มีลูก 1 คนหรือหลายคน และปรับเปลี่ยนได้ทุก 2 ถึง 3 เดือนตามพัฒนาการของเด็ก

ในบ้านที่มีพี่น้องมากกว่า 2 คน อาจต้องแบ่งรอบอาหารเป็น 2 ช่วง เพื่อไม่ให้เด็กคนใดต้องรอนานเกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งพี่เลี้ยงเด็กควรจดบันทึกไว้ทุกวันในช่วง 2 สัปดาห์แรกเพื่อหาจังหวะที่ลงตัวที่สุด

ทั้ง 2 ทางเลือกมีข้อดีข้อเสียต่างกัน การเข้าใจภาพนี้ช่วยให้พ่อแม่และพี่เลี้ยงเด็กตัดสินใจร่วมกันได้ง่ายขึ้น แทนที่จะตัดสินจากความเคยชินอย่างเดียว

  • ให้เด็กกินก่อน — ข้อดีคือเด็กไม่หิวจนงอแง อารมณ์ดีตอนครอบครัวกลับมา
  • ให้เด็กกินก่อน — ข้อเสียคือเด็กอาจพลาดช่วงเวลากินข้าวพร้อมกันที่ช่วยฝึกมารยาทและความสัมพันธ์
  • รอกินพร้อมกัน — ข้อดีคือครอบครัวได้เวลาคุยกันระหว่างมื้อ อย่างน้อย 1 มื้อต่อวัน
  • รอกินพร้อมกัน — ข้อเสียคือถ้าครอบครัวกลับช้าบ่อยเกิน 2 ถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เด็กอาจหิวหรือง่วงเกินไปจนกินได้ไม่ดี

บ้านส่วนใหญ่ที่ลงตัวมักใช้ทางสายกลาง คือให้เด็กกินของว่างรองท้องก่อน แล้วนั่งร่วมโต๊ะกับครอบครัวอีกครั้งแม้จะกินจริงไปแล้วบางส่วน วิธีนี้รักษาทั้งเวลากินตามธรรมชาติของเด็กและช่วงเวลาของครอบครัวไว้พร้อมกัน โดยใช้เวลาปรับตัวประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ก็มักจะลงตัว

เกณฑ์นี้ใช้ได้ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโด ไม่ว่าครอบครัวจะมีลูก 1 คนหรือ 3 คนขึ้นไป

วิธีที่พี่เลี้ยงเด็กควรสื่อสารกับพ่อแม่เรื่องนี้

ถ้ายังไม่มั่นใจว่าควรเริ่มคุยเรื่องนี้ตอนไหน ให้เริ่มตั้งแต่วันแรกของการทำงานเลย ดีกว่ารอจนผ่านไป 1 ถึง 2 เดือนแล้วค่อยพูด เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ความเคยชินแบบเดิมจะยิ่งเปลี่ยนยาก

ก่อนเริ่มงาน พี่เลี้ยงเด็กควรถามพ่อแม่ตรง ๆ ว่าต้องการให้ตัดสินใจเรื่องอาหารแบบไหนเมื่อครอบครัวกลับช้า และควรทำอย่างไรถ้าเด็กหิวมากระหว่างรอ คำถาม 2 ถึง 3 ข้อนี้ช่วยลดการเดาใจในวันที่ตัดสินใจกะทันหันได้มาก

โดยเฉลี่ยแล้ว บ้านที่วางกรอบนี้ตั้งแต่ 1 เดือนแรก มักไม่ต้องเถียงเรื่องเวลาอาหารซ้ำอีกในหลายเดือนถัดไป

ถ้าเกิดสถานการณ์ที่ไม่เคยคุยกันไว้ก่อน เช่น ครอบครัวแจ้งว่าจะกลับช้ากว่าปกติ 2 ชั่วโมง พี่เลี้ยงเด็กควรส่งข้อความแจ้งสั้น ๆ ทันทีว่าจะให้เด็กกินตอนไหน แทนที่จะตัดสินใจเงียบ ๆ คนเดียว การแจ้งล่วงหน้าเพียง 5 ถึง 10 นาทีก็ช่วยให้พ่อแม่รู้สึกอุ่นใจได้มาก

หลังผ่านไปประมาณ 1 เดือนแรกของการทำงาน แนะนำให้พี่เลี้ยงเด็กและพ่อแม่นั่งคุยทบทวนกรอบเวลาอาหารอีกครั้งหนึ่ง เพราะพฤติกรรมของเด็กและตารางงานของครอบครัวอาจเปลี่ยนไปจากช่วงแรกที่ตกลงกันไว้

ข้อมูลง่าย ๆ ที่ช่วยได้คือให้พี่เลี้ยงเด็กจดเวลาที่เด็กเริ่มหิวจริงในแต่ละวันไว้สัก 5 ถึง 7 วัน แล้วนำตัวเลขนั้นมาเทียบกับเวลาที่ครอบครัวมักกลับถึงบ้าน ถ้าห่างกันเกิน 1 ชั่วโมงเป็นประจำ ควรปรับกรอบเวลาอาหารใหม่อีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์

ใช้เวลาปรับตัวไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็มักจะลงตัวสำหรับคนส่วนใหญ่

เมื่อกรอบตัดสินใจชัดเจน มื้อเย็นก็ไม่ใช่เรื่องเดาใจอีกต่อไป

เวลาอาหารในบ้านไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกบ้าน สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่กลายเป็นความอึดอัดทุกเย็นคือกรอบตัดสินใจที่พ่อแม่และพี่เลี้ยงเด็กเห็นตรงกันตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การเดาใจกันเป็นวัน ๆ

เมื่อกรอบชัดแล้ว พี่เลี้ยงเด็กจะตัดสินใจเรื่องอาหารได้เร็วขึ้นในสถานการณ์จริง และพ่อแม่ก็วางใจได้ว่าลูกจะไม่หิวเกินไปหรือถูกเร่งกินจนเสียบรรยากาศของมื้ออาหารครอบครัว

เวลาอาหารของครอบครัวไม่ได้วัดกันที่นาฬิกา แต่วัดกันที่ทุกคนรู้สึกว่าถูกรอคอยและใส่ใจ แม้บางเย็นจะกินไม่พร้อมกันก็ตาม

ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม

แม่บ้านสยามช่วยจับคู่พี่เลี้ยงเด็กที่เข้าใจเรื่องตารางมื้ออาหารในบ้าน พร้อมช่วยวางกรอบตัดสินใจเรื่องอาหารให้ชัดตั้งแต่วันแรก ลดความอึดอัดในมื้อเย็นของทุกบ้าน

อ้างอิง

[1] WHO แนวทางการให้อาหารทารกและเด็กเล็ก เกี่ยวข้องกับรอบมื้ออาหารที่เหมาะสมตามวัย|https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/infant-and-young-child-feeding

[2] WHO ข้อมูลภาวะโภชนาการเด็ก เกี่ยวข้องกับความสำคัญของมื้ออาหารที่สม่ำเสมอ|https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/malnutrition

แชร์บทความนี้ไปที่...

Facebook
X
WhatsApp
Email
Threads