เวลาปูกระเบื้องใหม่หรือซ่อมร่องยาแนวเดิม คำถามที่หลายบ้านลังเลคือยาแนวสีไหนดูสะอาดได้นานกว่ากัน เพราะร่องยาแนวเป็นจุดที่คราบสกปรกฝังร่องได้ง่ายที่สุดในบ้าน ทั้งคราบน้ำ คราบสบู่ และเชื้อรา สีที่เลือกตั้งแต่แรกจึงมีผลต่อความรู้สึก "สะอาด" ในสายตาไปอีกหลายปี
ทำไมสียาแนวถึงมีผลต่อความรู้สึกสะอาด
ร่องยาแนวมีพื้นผิวขรุขระกว่ากระเบื้อง จึงเก็บคราบและฝุ่นได้ง่ายกว่ามาก เมื่อคราบเริ่มสะสม สีของยาแนวเดิมจะเปลี่ยนไปทีละน้อยจนสังเกตได้ชัดในบางจุด ยาแนวสีอ่อนแสดงคราบให้เห็นเร็วกว่า ส่วนยาแนวสีเข้มช่วยกลบร่องรอยได้ดีกว่าในระยะแรก แต่ไม่ได้แปลว่าสะอาดจริง เพียงแค่มองเห็นคราบได้ยากขึ้นเท่านั้น
ยาแนวสีเข้มกับสีอ่อน ต่างกันตรงไหน
มาดูให้ชัดว่ายาแนวสีไหนดูสะอาดได้นานกว่าในแต่ละแบบ ยาแนวสีเข้มอย่างเทาเข้มหรือดำ กลบคราบดำและเชื้อราได้ดีในสายตา เหมาะกับพื้นที่ที่เปียกบ่อยอย่างพื้นห้องน้ำหรือบริเวณอ่างล้างจาน ส่วนยาแนวสีอ่อนอย่างขาวหรือครีม ให้ความรู้สึกโปร่งสว่างกว่า แต่คราบเหลืองจากน้ำกระด้างหรือคราบสบู่จะเห็นชัดเร็วกว่ามาก ทำให้ต้องดูแลถี่ขึ้นถ้าต้องการให้ดูสะอาดตลอดเวลา
| จุดเปรียบเทียบ | ยาแนวสีเข้ม | ยาแนวสีอ่อน |
|---|---|---|
| การกลบคราบ | กลบได้ดีในระยะแรก | เห็นคราบชัดเร็วกว่า |
| ความรู้สึกของห้อง | ทึบและหนักตากว่า | โปร่งสว่างกว่า |
| ความถี่ในการดูแล | ดูแลน้อยกว่าในระยะสั้น | ต้องเช็ดถี่กว่า |
เลือกสีตามพื้นที่ใช้งานแบบไหนดี
คำตอบของยาแนวสีไหนดูสะอาดได้นานยังขึ้นอยู่กับพื้นที่ใช้งานด้วย การเลือกสีตามพื้นที่ใช้งานช่วยลดปัญหาระยะยาวได้มากกว่าการเลือกตามความชอบล้วน ๆ เพราะแต่ละจุดในบ้านเจอความชื้นและการใช้งานไม่เท่ากัน
- พื้นห้องน้ำและบริเวณฝักบัว เลือกยาแนวสีเข้มที่กันเชื้อราได้ดี
- ผนังห้องครัวใกล้เตา เลือกสีกลาง ๆ ที่ไม่แสดงคราบน้ำมันเร็วเกินไป
- พื้นที่ต้องการความสว่างอย่างห้องนั่งเล่น เลือกสีอ่อนแต่ต้องดูแลสม่ำเสมอ
- บ้านที่มีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง เลือกสีเข้มกลางเพื่อกลบคราบที่เกิดบ่อย
ดูแลรักษายาแนวให้สะอาดได้นานขึ้น
ไม่ว่าจะเลือกยาแนวสีไหนดูสะอาดได้นานแค่ไหนในตอนแรก การดูแลรักษายาแนวอย่างถูกวิธีคือปัจจัยที่ทำให้ดูสะอาดได้นานที่สุด ยาแนวคุณภาพดีแต่ไม่เคยดูแลก็เปื้อนคราบฝังลึกได้เร็วเช่นกัน
- เช็ดร่องยาแนวด้วยผ้าหมาดทุกครั้งหลังใช้ห้องน้ำเสร็จ
- ใช้แปรงขนนุ่มขัดคราบสัปดาห์ละครั้งในจุดที่เปียกบ่อย
- เคลือบน้ำยากันซึมยาแนวปีละครั้งเพื่อลดการซึมของคราบ
- เปิดพัดลมระบายอากาศหลังอาบน้ำ ลดความชื้นที่ทำให้เชื้อราขึ้นร่องยาแนว
เรื่องราคาและอายุการใช้งานที่ควรรู้
ยาแนวสีเข้มและสีอ่อนส่วนใหญ่มีราคาใกล้เคียงกัน ความต่างด้านราคาจะมาจากคุณภาพของยาแนวมากกว่าสี เช่นยาแนวชนิดกันซึมพิเศษหรือแบบผสมสารกันเชื้อรามักราคาสูงกว่ายาแนวปกติ อายุการใช้งานเฉลี่ยของยาแนวคุณภาพดีอยู่ที่ประมาณห้าถึงสิบปีก่อนจะต้องซ่อมแซมหรือแซะออกทำใหม่ ขึ้นกับความชื้นและการดูแลของแต่ละบ้าน การลงทุนกับยาแนวคุณภาพดีตั้งแต่แรกจึงคุ้มค่ากว่าการแซะซ่อมบ่อย ๆ ในภายหลัง
กลับมาที่คำถามตั้งต้นว่ายาแนวสีไหนดูสะอาดได้นาน สรุปแล้วยาแนวสีเข้มดูสะอาดได้นานกว่าในพื้นที่เปียกบ่อยอย่างห้องน้ำ เพราะกลบคราบได้ดีกว่า ส่วนยาแนวสีอ่อนเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความสว่างแต่ต้องดูแลถี่กว่า การเลือกสีตามพื้นที่ใช้งานจริงร่วมกับการดูแลรักษาสม่ำเสมอ คือทางที่ทำให้ร่องยาแนวดูสะอาดได้นานที่สุด
ความเข้าใจผิดเรื่องยาแนวสีที่ควรรู้
หลายคนเข้าใจว่ายาแนวสีเข้มไม่ต้องดูแลเลยเพราะมองไม่เห็นคราบ แต่ความจริงคือคราบสะสมเกิดขึ้นเหมือนกันทุกสี เพียงแต่สีเข้มซ่อนได้นานกว่าเท่านั้น ถ้าปล่อยไว้นานเกินไปโดยไม่เช็ดเลย คราบที่ฝังลึกจะทำความสะอาดยากขึ้นมากไม่ว่าจะเป็นยาแนวสีไหน อีกความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่ายาแนวสีเข้มกันน้ำได้ดีกว่าสีอ่อนโดยธรรมชาติ ซึ่งไม่จริง เพราะคุณสมบัติกันซึมขึ้นอยู่กับชนิดและคุณภาพของยาแนว ไม่ใช่สีที่เลือก การเข้าใจจุดนี้ให้ถูกต้องช่วยให้ตัดสินใจเลือกสีได้ตรงกับความต้องการจริงมากกว่าการเลือกตามความเชื่อที่คลาดเคลื่อน
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยาม ให้บริการทำความสะอาดกระเบื้องและร่องยาแนวโดยทีมงานที่มีประสบการณ์ หากบ้านของคุณมีปัญหาคราบฝังร่องยาแนวที่ทำความสะอาดเองไม่ออก ทีมงานของเรายินดีให้คำปรึกษาและช่วยดูแลให้
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] EPA ข้อมูลการป้องกันและกำจัดเชื้อราในบ้าน เกี่ยวข้องกับการเลือกวัสดุและสีที่ช่วยลดการมองเห็นเชื้อราในร่องยาแนว. https://www.epa.gov/mold/mold-cleanup-your-home
[2] MedlinePlus แนวทางทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวในบ้าน ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานทั่วไปเรื่องความถี่ในการทำความสะอาดพื้นผิวที่เก็บความชื้น เช่นร่องยาแนว. https://medlineplus.gov/cleaningdisinfectingandsanitizing.html