เวลามีญาติมาเยี่ยมหรือเจอเพื่อนบ้านในลิฟต์ เด็กบางคนจะเงียบ กอดขาพี่เลี้ยงแน่น และซ่อนตัวอยู่ข้างหลังไม่ยอมพูดอะไรเลย พ่อแม่หลายคนกังวลว่าเด็กขี้อายแบบนี้จะเป็นปัญหาตอนโตหรือเปล่า ความจริงคือเด็กหลายคนเป็นแบบนี้ได้ตามนิสัย บทความนี้เล่าเป็นภาษาบ้าน ๆ ว่าพี่เลี้ยงช่วยลูกได้อย่างไรโดยไม่ต้องกดดัน ทั้งที่ในความเป็นจริง เด็กขี้อายหลายคนเป็นเด็กที่สังเกตเก่งและระวังตัวดี เพียงแต่ต้องการเวลาและความรู้สึกปลอดภัยก่อนจึงจะกล้าเปิดใจกับคนใหม่
ทำไมเด็กบางคนถึงไม่กล้าพูดกับคนแปลกหน้า
เด็กแต่ละคนเกิดมาพร้อมนิสัยที่ต่างกัน บางคนกล้าเข้าหาคนใหม่ได้เร็ว บางคนต้องใช้เวลานานกว่าจะรู้สึกปลอดภัย การที่เด็กขี้อายไม่กล้าพูดกับคนแปลกหน้าไม่ได้แปลว่าเด็กมีปัญหาหรือเลี้ยงไม่ดี เป็นเพียงวิธีที่เด็กใช้ระวังตัวเมื่อเจอคนที่ยังไม่คุ้น
ช่วงวัยก็มีผล เด็กเล็กมักรู้สึกไม่มั่นใจกับคนใหม่มากเป็นพิเศษ และเมื่อโตขึ้นก็มักกล้ามากขึ้นเอง ตอนที่เด็กซ่อนหลังพี่เลี้ยง แปลว่าเด็กไว้ใจพี่เลี้ยงมากพอที่จะใช้เป็นที่พึ่ง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของความผูกพันมากกว่าเป็นเรื่องที่ต้องรีบแก้ เด็กขี้อายบางคนเปลี่ยนไปมากเมื่อเริ่มเข้าโรงเรียนและได้เจอเพื่อนวัยเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เด็กจะค่อย ๆ ปรับตัวตามสภาพแวดล้อมและวัยที่เติบโตขึ้น
สิ่งที่พี่เลี้ยงไม่ควรทำ
พี่เลี้ยงไม่บังคับให้ทักทายและไม่ผลักลูกออกไปหาคนแปลกหน้า การบังคับให้ไหว้หรือพูดต่อหน้าคนอื่นมักทำให้เด็กอายมากกว่าเดิมและกอดแน่นกว่าเดิม ถ้าผู้ใหญ่รอบตัวถามว่าทำไมไม่พูด พี่เลี้ยงควรตอบแทนอย่างสุภาพว่าลูกกำลังทำความคุ้นเคยอยู่ ไม่ต้องรีบ ถ้าเป็นไปได้ ให้พี่เลี้ยงบอกลูกเบา ๆ ว่าไม่ต้องพูดก็ได้ แค่ยืนอยู่ข้างกันก็พอ คำพูดแบบนี้ช่วยลดความกดดันให้เด็กขี้อายได้มากกว่าที่คิด
ไม่ควรพูดต่อหน้าเด็กว่า ขี้อายจัง หรือ ไม่เหมือนเด็กคนอื่น เพราะเด็กจะเริ่มเชื่อว่านี่คือตัวตนของตัวเองและเลิกพยายาม พี่เลี้ยงไม่ควรเปรียบเทียบลูกกับเด็กที่กล้าพูดกว่า เพราะเด็กแต่ละคนโตไม่เท่ากัน คำพูดแบบนี้มักทำให้เด็กรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง
- ไม่บังคับให้ไหว้หรือทักทาย
- ไม่ผลักลูกออกไปหาคนแปลกหน้า
- ไม่พูดว่าขี้อายต่อหน้าเด็ก
- ไม่เปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น
วิธีให้เวลาลูกคุ้นเคยก่อน
วิธีที่ได้ผลคือให้เวลาลูกคุ้นเคยก่อน เมื่อมีคนใหม่มา ให้พี่เลี้ยงพาลูกยืนดูอยู่ห่าง ๆ สักพัก ให้ลูกได้สังเกตว่าคนนั้นเป็นใคร ทำอะไร พอลูกเริ่มผ่อนคลายค่อยขยับเข้าใกล้ทีละนิด ถ้าลูกยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร ครั้งหน้าลองใหม่ได้เสมอ
พี่เลี้ยงอาจเล่าให้ลูกฟังล่วงหน้าว่าวันนี้จะมีใครมาบ้าง เขาชื่ออะไร เป็นใครของครอบครัว ลูกจะได้เตรียมใจ เด็กที่รู้ล่วงหน้ามักตกใจน้อยกว่าเด็กที่เจอคนใหม่โดยไม่ทันตั้งตัว ถ้ามีรูปให้ดูก่อนก็ยิ่งช่วยให้คุ้นเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เด็กขี้อายรู้สึกว่าตัวเองควบคุมสถานการณ์ได้บ้าง แทนที่จะรู้สึกว่าต้องเจอคนแปลกหน้าโดยไม่รู้ตัวล่วงหน้า
ให้พี่เลี้ยงเป็นฐานให้ลูกอุ่นใจ
การที่พี่เลี้ยงเป็นฐานให้ลูกอุ่นใจหมายถึงอยู่ใกล้ ๆ ให้ลูกรู้ว่าถ้ากลัวก็กลับมาหาได้ เมื่อลูกมั่นใจว่ามีที่ให้กลับมา ลูกจะกล้าออกไปลองมากขึ้นเอง พี่เลี้ยงอาจชวนเล่นเกมเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องพูดก่อน เช่น ยื่นของเล่นให้คนใหม่ หรือโบกมือ ซึ่งง่ายกว่าการต้องพูดออกมา
ถ้าลูกทำได้แม้เพียงนิดเดียว เช่น มองหน้าคนใหม่หรือยิ้มให้ พี่เลี้ยงควรชมเบา ๆ ว่าเก่งมากที่กล้ามอง แต่ไม่ต้องชมเกินจริงจนลูกรู้สึกกดดัน ความมั่นใจของเด็กค่อย ๆ สะสมทีละครั้ง ทั้งนี้พี่เลี้ยงเป็นผู้ดูแลที่อยู่เคียงข้างลูก ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่แก้พฤติกรรมเด็ก ถ้าพ่อแม่กังวลมาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กโดยตรง
| สถานการณ์ | สิ่งที่ควรทำ | สิ่งที่ควรเลี่ยง |
|---|---|---|
| ญาติมาเยี่ยม | ให้ลูกดูอยู่ห่าง ๆ ก่อน | บังคับให้ไหว้ทันที |
| เจอคนในลิฟต์ | ให้ลูกยืนข้างพี่เลี้ยงและโบกมือถ้าอยากทำ | ผลักให้ลูกพูดกับคนแปลกหน้า |
| วันแรกที่โรงเรียน | ไปส่งพร้อมเล่าให้ลูกฟังก่อนว่าจะเจออะไร | รีบกลับโดยไม่บอกลูก |
บ้านที่กำลังหาแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงมาดูแลลูก ควรบอกตั้งแต่ต้นว่าลูกใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับคนใหม่นานกว่าเด็กทั่วไป เพื่อให้คนที่มาช่วยไม่เร่งหรือบังคับลูก บ้านที่ต้องการจัดหาแม่บ้านที่ดูแลเด็กเล็กด้วย ควรถามด้วยว่าเข้าใจเรื่องนี้หรือไม่ และให้เวลาลูกกับคนใหม่ได้ปรับตัวช่วงแรก
โดยสรุป เด็กขี้อายไม่กล้าพูดกับคนแปลกหน้าและซ่อนหลังพี่เลี้ยงเป็นเรื่องที่เจอได้ พี่เลี้ยงไม่บังคับให้ทักทาย ให้เวลาลูกคุ้นเคยก่อน และเป็นฐานให้ลูกอุ่นใจ เด็กส่วนใหญ่จะกล้าขึ้นเองเมื่อรู้สึกปลอดภัยพอ
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยามช่วยจับคู่พี่เลี้ยงที่เข้าใจเด็กเล็กและให้เวลาลูกทำความคุ้นเคยโดยไม่กดดัน แจ้งนิสัยของลูกและสิ่งที่ลูกกังวลตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้คนที่เหมาะกับครอบครัวและดูแลลูกได้อย่างอุ่นใจ
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] CDC ให้ข้อมูลพัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ของเด็กวัยก่อนเข้าเรียน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่เด็กแต่ละคนปรับตัวกับคนใหม่ไม่เท่ากัน. https://www.cdc.gov/child-development/positive-parenting-tips/preschooler-3-5-years.html
[2] CDC แนะนำวิธีจัดการความเครียดโดยเริ่มจากการมีคนอยู่เคียงข้างและพูดด้วยน้ำเสียงสงบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเป็นฐานให้เด็กอุ่นใจ. https://www.cdc.gov/mental-health/living-with/index.html
![]()
