คนที่เลี้ยงลูกคนเดียวและไม่มีปู่ย่าตายายหรือญาติอยู่ใกล้ ๆ มักมีคำถามหนึ่งอยู่ในใจเสมอ คือถ้าวันที่ต้องไปทำงานแล้วลูกป่วยขึ้นมาจะทำอย่างไร ลาได้ทุกครั้งก็ไม่ไหว ไปทำงานทั้งที่ห่วงก็ไม่สบายใจ บทความนี้เล่าเป็นภาษาบ้าน ๆ ว่าการมีพี่เลี้ยงช่วยได้แค่ไหน และต้องเตรียมอะไรไว้ก่อนวันนั้นจะมาถึง
เข้าใจความกังวลของคนเลี้ยงลูกคนเดียว
ความกังวลของคนที่เลี้ยงลูกคนเดียวมาจากการที่ไม่มีใครผลัดเวรให้ ถ้าตัวเองไม่อยู่ก็ไม่มีใครรับช่วงต่อ พอลูกป่วยวันที่ต้องทำงาน ใจจึงแบ่งเป็นสองทาง ทั้งห่วงลูกและกลัวงานเสีย นี่เป็นความรู้สึกปกติ ไม่ต้องโทษตัวเองว่าวางแผนไม่ดี เพราะเด็กเล็กป่วยได้เรื่อย ๆ ไม่มีใครคาดเวลาได้
บทความนี้ไม่ได้เล่าเรื่องใครผิดหรือถูก และไม่ให้คำแนะนำทางการแพทย์ สำหรับคนเลี้ยงลูกคนเดียว เพียงเสนอวิธีเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือ ถ้าลูกมีไข้สูง ซึม กินน้ำไม่ได้ หรือมีอาการน่าห่วง ให้พาไปพบแพทย์ทันที ไม่ต้องรอให้พี่เลี้ยงหรือใครตัดสินแทน
เตรียมอะไรไว้ก่อนวันที่ลูกป่วย
สำหรับคนเลี้ยงลูกคนเดียว สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือเตรียมไว้ก่อนที่ลูกจะป่วย เขียนเบอร์โทรของพ่อแม่ โรงพยาบาลหรือคลินิกที่ไปประจำ และชื่อยาที่หมอเคยสั่งไว้ติดตู้เย็น เก็บปรอทวัดไข้ไว้ที่หยิบง่าย และบอกพี่เลี้ยงล่วงหน้าว่าถ้าลูกมีอาการแบบไหนให้โทรหาทันที ไม่ต้องรอถึงเย็น
เมื่อเลี้ยงลูกคนเดียวและไม่มีญาติช่วย ควรมีแผนสำรองด้วยว่าถ้าวันนั้นติดประชุมหรือไม่รับสาย จะโทรหาใครต่อ อาจเป็นเพื่อนสนิทหรือเพื่อนบ้านที่ไว้ใจ แผนสำรองเล็ก ๆ นี้ช่วยให้พี่เลี้ยงไม่ต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่คนเดียว
- เบอร์โทรพ่อแม่และเบอร์สำรองติดตู้เย็น
- ชื่อโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ไปประจำ
- ชื่อยาที่หมอเคยสั่งและวิธีใช้ตามใบสั่ง
- ปรอทวัดไข้ที่หยิบง่าย
- บอกพี่เลี้ยงว่าอาการแบบไหนให้โทรทันที
พี่เลี้ยงทำตามที่พ่อแม่วางไว้
ในบ้านที่เลี้ยงลูกคนเดียว วันที่ลูกป่วย พี่เลี้ยงทำตามที่พ่อแม่วางไว้ เช่น ให้ลูกพักผ่อน ดื่มน้ำตามที่ตกลง และให้ยาเฉพาะที่หมอสั่งไว้ตามฉลาก ไม่ซื้อยาให้เองหรือเปลี่ยนวิธีรักษา พี่เลี้ยงไม่ใช่พยาบาลและไม่วินิจฉัยโรค หน้าที่คือดูแลให้ลูกสบายและส่งข้อมูลให้พ่อแม่ตัดสินใจ
สิ่งสำคัญที่พี่เลี้ยงทำได้คือวัดไข้และจดอาการ เช่น วัดไข้กี่โมง ได้กี่องศา ลูกกินได้แค่ไหน นอนหลับหรือไม่ มีอาเจียนหรือไม่ แล้วแจ้งพ่อแม่ทันทีเมื่อมีอะไรผิดปกติ ข้อมูลที่จดไว้ช่วยให้หมอวินิจฉัยได้เร็วขึ้นเมื่อพาไปพบ และทำให้พ่อแม่ที่อยู่ที่ทำงานรู้สึกว่ายังเห็นลูกอยู่ตลอด
| สถานการณ์ | สิ่งที่พี่เลี้ยงทำ | สิ่งที่ไม่ควรทำ |
|---|---|---|
| ลูกตัวอุ่นเล็กน้อยตอนเช้า | วัดไข้ จดเวลา แจ้งพ่อแม่ | ซื้อยาให้เองโดยไม่ถาม |
| ลูกมีไข้สูงหรือซึม | โทรหาพ่อแม่ทันทีเพื่อพาไปพบแพทย์ | รอดูอาการต่อโดยไม่แจ้ง |
| ลูกกินอาหารไม่ได้ | จดว่ากินได้แค่ไหนและบอกพ่อแม่ | บังคับให้กินจนลูกอาเจียน |
ไม่รับปากว่ามาดูได้ทันที
ต้องบอกตรง ๆ ว่าสำหรับคนเลี้ยงลูกคนเดียว พี่เลี้ยงประจำไม่ได้แปลว่าแก้ได้ทุกวันที่ลูกป่วย พี่เลี้ยงเองก็ป่วยหรือมีธุระได้ และบริษัทจัดหางานไม่รับปากว่าจะมีคนมาดูแลได้ทันทีในวันที่ลูกป่วยหรือแทนวันลาหยุดของพี่เลี้ยง การมีพี่เลี้ยงประจำช่วยให้วันส่วนใหญ่ราบรื่นขึ้น แต่ยังควรมีแผนสำรองไว้เสมอ
คนเลี้ยงลูกคนเดียวบางบ้านเลือกคุยกับนายจ้างไว้ล่วงหน้าว่าวันที่ลูกป่วยอาจต้องขอทำงานจากที่บ้านหรือลางานสั้น ๆ การพูดไว้ก่อนช่วยลดความเครียดเมื่อวันนั้นมาถึงจริง และทำให้พี่เลี้ยงไม่ต้องเป็นคนเดียวที่แบกความกังวลเรื่องลูก
ส่วนบ้านที่กำลังหาแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงมาช่วย ควรบอกบริษัทจัดหางานตั้งแต่ต้นว่าอยากให้ช่วยเรื่องอะไรเมื่อลูกป่วย ครอบครัวที่ต้องการจัดหาแม่บ้านซึ่งช่วยงานบ้านและดูแลเด็กด้วย ก็ควรตกลงว่าวันที่ลูกป่วย งานบ้านจะลดลงเพื่อให้ดูแลลูกก่อน
อีกเรื่องที่ควรตกลงล่วงหน้าคือวิธีสื่อสาร เช่น ให้พี่เลี้ยงส่งข้อความหรือรูปอาการให้เป็นรอบ ทุกชั่วโมงหรือสองชั่วโมง พ่อแม่จะได้ไม่ต้องโทรถามบ่อยจนรบกวนงาน และพี่เลี้ยงก็ไม่ต้องกังวลว่าส่งรายงานน้อยเกินไป
หลังลูกหายป่วย ลองทบทวนกับพี่เลี้ยงสั้น ๆ ว่าวันที่ผ่านมาอะไรทำได้ดีและอะไรควรเตรียมเพิ่ม เช่น ปรอทอยู่ไกลเกินไป หรือเบอร์สำรองไม่ได้ติดไว้ การปรับทีละนิดแบบนี้ทำให้ครั้งต่อไปง่ายขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้คนเลี้ยงลูกคนเดียวรู้สึกว่าไม่ได้แบกทุกอย่างอยู่คนเดียว
อีกเรื่องที่มักถูกลืมคือกำลังใจของพ่อแม่เอง ลูกป่วยแล้วต้องทำงานเป็นช่วงที่เครียด การมีคนไว้ใจช่วยดูลูกอยู่ที่บ้านทำให้ใจเบาลง แต่ก็ควรหาเวลาพักของตัวเองด้วย เพราะเมื่อพ่อแม่มีแรง ลูกก็ได้รับการดูแลที่ดีขึ้นตามไปด้วย
โดยสรุป สำหรับคนที่เลี้ยงลูกคนเดียวและไม่มีญาติช่วย ให้เตรียมเบอร์ ยา และแผนสำรองไว้ก่อน ให้พี่เลี้ยงทำตามที่พ่อแม่วางไว้ วัดไข้และจดอาการ แล้วแจ้งพ่อแม่ทันที ไม่ต้องคาดหวังให้พี่เลี้ยงตัดสินใจเรื่องการรักษาแทน การเตรียมตัวไว้ก่อนช่วยให้วันที่ลูกป่วยผ่านไปได้ง่ายขึ้น
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยามช่วยจับคู่พี่เลี้ยงที่ใส่ใจและทำตามที่ครอบครัวตกลงไว้ แจ้งความกังวลเรื่องวันที่ลูกป่วยและแผนสำรองของบ้านตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้คนที่เหมาะกับครอบครัวและทำงานร่วมกันได้อย่างสบายใจ
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] NHS อธิบายอาการไข้ในเด็กและเมื่อใดควรพบแพทย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับวันที่ลูกป่วยและต้องตัดสินใจพาไปพบแพทย์. https://www.nhs.uk/conditions/fever-in-children/
[2] NHS รวบรวมบริการสนับสนุนสำหรับพ่อแม่เด็กเล็ก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรึกษาเมื่อไม่มีญาติช่วยดูแล. https://www.nhs.uk/conditions/baby/support-and-services/
![]()