พ่อแม่หลายคนอยากให้ลูกช่วยงานบ้านตั้งแต่เด็ก แต่ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มตอนไหนและมอบงานแบบไหนให้เหมาะกับวัย การแบ่งงานบ้านให้ลูกตามวัยอย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระในบ้าน แต่ยังสร้างความรับผิดชอบและความมั่นใจให้ลูกได้ในระยะยาว ถ้าทำอย่างถูกวิธีและไม่กดดันเด็กเกินไป
ทำไมควรเริ่มแบ่งงานบ้านให้ลูกตั้งแต่เด็ก
เด็กที่ได้ช่วยงานบ้านตั้งแต่เล็ก มักเรียนรู้ความรับผิดชอบและทักษะการดูแลตัวเองได้เร็วกว่าเด็กที่ไม่เคยได้ลงมือทำ นอกจากนี้ยังช่วยให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของบ้านที่มีบทบาทจริง ไม่ใช่แค่คนที่ถูกดูแลฝ่ายเดียว ความรู้สึกนี้ส่งผลดีต่อความมั่นใจในตัวเองของเด็กในระยะยาว งานบ้านง่าย ๆ ยังช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ไปในตัว เช่นการเก็บของเล่นฝึกการหยิบจับ การกวาดบ้านฝึกการทรงตัวและประสานงานร่างกาย ซึ่งเป็นประโยชน์ทางพัฒนาการที่มากกว่าแค่เรื่องความรับผิดชอบ
งานบ้านที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัย
งานบ้านที่เหมาะกับวัย ควรเลือกให้ตรงกับพัฒนาการด้านร่างกายและความเข้าใจของเด็กในแต่ละช่วงอายุ งานที่ยากเกินวัยอาจทำให้เด็กท้อและไม่อยากทำต่อ ส่วนงานที่ง่ายเกินไปก็อาจไม่ได้ช่วยพัฒนาทักษะเท่าที่ควร การแบ่งงานบ้านให้ลูกตามวัยผิดช่วงอายุ มักทำให้ผู้ปกครองเข้าใจผิดว่าลูกไม่มีความรับผิดชอบ ทั้งที่จริงงานนั้นยากเกินไปสำหรับวัยของลูก
| ช่วงวัย | งานที่เหมาะสม |
|---|---|
| 2 ถึง 3 ขวบ | เก็บของเล่นเข้าตะกร้า ช่วยหยิบผ้าอ้อมหรือของใช้เล็ก |
| 4 ถึง 5 ขวบ | จัดโต๊ะอาหารง่าย ๆ พับเสื้อผ้าชิ้นเล็ก รดน้ำต้นไม้ |
| 6 ถึง 8 ขวบ | กวาดบ้าน ล้างจานพลาสติก จัดเตียงตัวเอง |
| 9 ถึง 12 ขวบ | ซักผ้าเบื้องต้น ทำความสะอาดห้องตัวเอง ช่วยทำอาหารง่าย |
เริ่มต้นแบบไม่กดดัน ไม่ฝืนใจลูก
การเริ่มต้นแบบไม่กดดันสำคัญมากในช่วงแรกที่เริ่มมอบงานบ้านให้ลูก เพราะถ้าเริ่มด้วยการสั่งหรือบังคับ เด็กอาจมองว่างานบ้านเป็นเรื่องน่าเบื่อหรือถูกลงโทษตั้งแต่ต้น วิธีที่ดีกว่าคือทำให้เป็นกิจกรรมร่วมกันในช่วงแรก ก่อนค่อย ๆ ให้ลูกทำเองมากขึ้น การแบ่งงานบ้านให้ลูกตามวัยควบคู่กับความอดทนของพ่อแม่ในช่วงแรก มักได้ผลดีกว่าการรีบเร่งให้ลูกทำเองทันที
- ทำงานบ้านร่วมกับลูกในช่วงแรก ไม่ปล่อยให้ทำคนเดียวทันที
- อธิบายว่างานนี้ช่วยอะไรให้บ้าน ไม่ใช่แค่สั่งให้ทำ
- เลือกช่วงเวลาที่ลูกอารมณ์ดี ไม่ใช่ตอนกำลังเล่นสนุก
- ให้ทางเลือกเล็ก ๆ เช่นถามว่าจะเก็บของเล่นหรือรดน้ำต้นไม้ก่อน
ให้กำลังใจแบบไหนดีกว่าการให้รางวัลเป็นเงิน
หลายบ้านสงสัยว่าควรให้เงินหรือของเป็นรางวัลทุกครั้งที่ลูกทำงานบ้านหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กส่วนใหญ่แนะนำว่าไม่ควรผูกงานบ้านกับเงินตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะอาจทำให้ลูกมองว่างานบ้านเป็นแค่การแลกเปลี่ยน ไม่ใช่ความรับผิดชอบที่ทุกคนในบ้านต้องช่วยกัน คำชมที่จริงใจและความรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ต่อบ้าน มักสร้างแรงจูงใจที่ยั่งยืนกว่าการให้รางวัลเป็นวัตถุ วิธีนี้เหมาะกับการแบ่งงานบ้านให้ลูกตามวัยในระยะยาว มากกว่าการหวังผลระยะสั้นจากรางวัล
ถ้าลูกไม่อยากทำ ควรทำยังไง
เด็กบางคนอาจปฏิเสธงานบ้านในบางวัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ไม่ควรตอบสนองด้วยการลงโทษหรือบังคับทันที ลองถามเหตุผลก่อนว่าเหนื่อยหรือไม่เข้าใจงานนั้น แล้วปรับตามความเหมาะสม การกดดันมากเกินไปอาจทำให้ลูกเกลียดงานบ้านไปเลยในระยะยาว ซึ่งขัดกับเป้าหมายของการแบ่งงานบ้านให้ลูกตามวัยที่อยากสร้างความรับผิดชอบตั้งแต่ต้น บางครั้งการให้ลูกเลือกงานที่อยากทำเองระหว่างสองตัวเลือก ก็ช่วยลดการต่อต้านได้มากกว่าการสั่งให้ทำงานเดียวโดยไม่มีตัวเลือกเลย
ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ
ความสม่ำเสมอสำคัญกว่า ผลงานที่สมบูรณ์แบบในช่วงแรก เพราะเด็กกำลังฝึกทักษะและความรับผิดชอบ ไม่ใช่แข่งขันความเรียบร้อย พ่อแม่ที่คาดหวังความสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้น มักทำให้เด็กรู้สึกว่าทำแล้วก็ไม่ดีพออยู่ดี จนหมดกำลังใจที่จะทำต่อ การชมเชยความพยายามมากกว่าผลลัพธ์ ช่วยให้เด็กอยากทำงานบ้านต่อไปในระยะยาว
การแบ่งงานบ้านให้ลูกตามวัยควรเลือกงานที่เหมาะกับพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงอายุ เริ่มต้นแบบไม่กดดันด้วยการทำร่วมกันก่อน และให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอมากกว่าความสมบูรณ์แบบ วิธีนี้ช่วยสร้างความรับผิดชอบให้ลูกได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ทำให้บ้านกลายเป็นสมรภูมิ
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยาม ช่วยเจ้าของบ้านดูแลเรื่องงานบ้านและการเลี้ยงดูลูกให้ลงตัว บริการพี่เลี้ยงของเราให้คำแนะนำเรื่องการสอนลูกให้มีความรับผิดชอบตามวัย ทีมงานของเรายินดีให้คำปรึกษาสำหรับทุกบ้านที่กำลังมองหาบริการจ้างพี่เลี้ยงเด็ก
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] WHO ข้อมูลพัฒนาการเด็กปฐมวัย เกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้านร่างกายและความเข้าใจของเด็กในแต่ละช่วงวัย ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเลือกงานบ้านที่เหมาะสม. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/early-child-development
[2] UNICEF เรื่องการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก เกี่ยวข้องกับการสร้างความรับผิดชอบให้เด็กโดยไม่ใช้การบังคับหรือลงโทษ. https://www.unicef.org/parenting/child-care