แม่บ้านสยาม
อบรมก่อนส่ง ตรวจจริง 6 โรค
  • (ฟรี) ตรวจหาสารเสพติด
  • ตรวจการตั้งครรภ์

นายจ้างสามารถแจ้งให้ตรวจโรคอื่นๆเพิ่มเติมได้

แม่บ้านรายเดือนไม่กล้ากินของในตู้เย็น บอกยังไงให้ชัดว่ากินได้

ทำไมแม่บ้านไม่กล้ากินของในตู้เย็นเจ้าของบ้าน
วิธีตกลงโซนของกินในตู้เย็นให้ชัดเจน

บ้านที่จ้าง แม่บ้านไม่กล้ากินของในตู้เย็น ทั้งที่เจ้าของบ้านไม่เคยห้ามอะไรเลย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่หลายคนคิด เพราะแม่บ้านส่วนใหญ่มักกลัวว่าจะหยิบผิดของที่เจ้าของบ้านตั้งใจเก็บไว้กินเอง หรือกลัวถูกมองว่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ทั้งที่ความจริงแล้วเรื่องนี้แก้ได้ง่ายมาก ถ้าเจ้าของบ้านยอมเสียเวลาสักไม่กี่นาทีในการพูดคุยให้ชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่จ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้แม่บ้านต้องเดาใจไปเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่เปิดตู้เย็น

เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ ถ้า ปล่อยไว้นาน ก็ อาจกลายเป็นความอึดอัดสะสมที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ และ ยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่ง แก้ยากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ ทั้งสองฝ่ายต่างคุ้นเคยกับความเงียบจนไม่กล้าเปิดปากพูดก่อน

ทำไมแม่บ้านส่วนใหญ่ไม่กล้าเปิดตู้เย็นกินเอง

เหตุผลหลักที่แม่บ้านหลายคนไม่กล้ากินของในตู้เย็น มาจากความไม่แน่ใจว่าของชิ้นนั้นเป็นของส่วนรวม หรือของเฉพาะคน บางบ้านซื้อผลไม้มาเผื่อทุกคน แต่บางบ้านซื้อมาเฉพาะเจ้าของบ้านคนเดียว โดยไม่บอกใคร แม่บ้านที่เพิ่งเริ่มงานใหม่จึงมักเลือกทางปลอดภัยที่สุดคือไม่แตะต้องอะไรเลย แม้จะหิว หรืออยากกินก็ตาม ความกลัวแบบนี้สะสมนานเข้าอาจกลายเป็นความอึดอัดที่ไม่มีใครพูดถึงตรง ๆ บางคนถึงขั้นซื้อของกินเองแยกไว้ต่างหาก ทั้งที่จริง ๆ แล้วเจ้าของบ้านยินดีให้กินของในตู้เย็นร่วมกันอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่เคยพูดออกมาให้ชัดเจน

วัฒนธรรมในบ้าน แต่ละหลังก็มีผลไม่น้อยต่อเรื่องนี้ บางบ้านโตมากับการแบ่งปันของกินทุกอย่างในบ้าน โดยไม่ต้องถาม ในขณะที่บางบ้านมีระเบียบเรื่องของส่วนตัวชัดเจนมาก แม่บ้านที่เคยทำงานบ้านที่มีวัฒนธรรมต่างกัน จึงอาจนำความเคยชินเดิมมาใช้ผิดที่ได้ ถ้าไม่มีใครอธิบายกฎของบ้านนี้ให้ฟังก่อน

บ้านที่เคยเปลี่ยนแม่บ้านหลายคน มัก พบว่าปัญหานี้เกิดซ้ำทุกครั้งที่เปลี่ยนคน เพราะ ไม่เคยเขียนกฎไว้เป็นลายลักษณ์อักษร มี แต่บอกด้วยปากเปล่าซึ่งลืมง่ายกว่ามาก การเขียนกฎเรื่องตู้เย็นติดไว้ในครัว จึง ช่วยให้แม่บ้านคนใหม่เข้าใจได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้เจ้าของบ้านมาอธิบายซ้ำทุกครั้งที่เปลี่ยนคน

ตกลงโซนของกินให้ชัดตั้งแต่วันแรก

วิธีที่ได้ผลดีที่สุดคือ ตกลงโซนของกินให้ชัด ตั้งแต่วันแรกที่จ้างแม่บ้านรายเดือน โดยแบ่งพื้นที่ในตู้เย็นเป็นโซนที่กินได้อิสระ กับโซนที่ต้องถามก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกอย่างอยู่ปะปนกันจนแยกไม่ออก การเดินไปเปิดตู้เย็นพร้อมกันในวันแรก แล้ว บอกชัดว่ากินได้ ทีละชั้นว่าตรงไหนกินได้เลย ตรงไหนเป็นของที่ต้องถามก่อน ช่วยให้แม่บ้านเข้าใจได้ชัดเจนกว่าการอธิบายด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว

โซนในตู้เย็น ความหมาย ตัวอย่าง
โซนสีเขียว กินได้เลย ไม่ต้องถาม น้ำดื่ม ผลไม้รวม ขนมที่ซื้อไว้ให้ทุกคน
โซนสีเหลือง ถาม ก่อนหยิบ กับข้าวที่เตรียมไว้สำหรับมื้อต่อไป
โซนสีแดง ของเฉพาะคน ไม่แตะ ยาเฉพาะโรค อาหารพิเศษของเด็ก หรือผู้สูงอายุ
โซนพิเศษ ตามฤดูกาล ต้องถาม ก่อนเสมอ ของฝากพิเศษ หรือของนำเข้าราคาสูง
โซนของแบ่งปัน กินได้ทุกคนรวมทั้งแม่บ้าน ขนมที่ซื้อมาแจกจ่ายคนในบ้านทุกคน ทุกครั้ง

บางบ้านเลือกใช้วิธีง่ายกว่านั้น คือติดสติกเกอร์เล็ก ๆ บนของที่เป็นของเฉพาะคน ไม่ต้องอธิบายซ้ำทุกครั้งที่ซื้อของใหม่เข้าตู้เย็น วิธีนี้ช่วยลดความสับสนได้มาก โดยเฉพาะบ้านที่มีสมาชิกหลายคนซื้อของเข้าบ้านพร้อมกัน ถ้า บ้านไหน มี เด็กเล็กที่เริ่มหยิบของกินเองได้ วิธีติดสติกเกอร์แบบนี้ ยัง ช่วยสอนเด็กให้เข้าใจกฎเดียวกันได้ง่ายอีกด้วย

เมื่อแม่บ้านทำอาหารเองด้วย ควรตกลงเรื่องวัตถุดิบอย่างไร

บ้านที่ให้แม่บ้านทำอาหารกินเองด้วย ควรตกลงเพิ่มเติมว่าวัตถุดิบส่วนไหนใช้ทำกับข้าวของครอบครัวได้ และส่วนไหนต้องซื้อแยกต่างหาก เพราะ ถ้าไม่ชัดเจน แม่บ้านอาจกังวลว่าการหยิบไข่ หรือข้าวสารมาทำกับข้าวให้ตัวเองจะถูกมองว่าใช้ของเกินสิทธิ์ การพูดคุยเรื่องนี้ควบคู่กับการแบ่งโซนตู้เย็น ช่วยให้ภาพรวมชัดเจนขึ้นทั้งระบบ ไม่ใช่ตกลงแค่เรื่องของกินเล่นอย่างเดียว ถ้า บ้านไหน มี งบจำกัดสำหรับค่ากับข้าว ก็ ควรบอกตัวเลขคร่าว ๆ ให้แม่บ้านรู้ล่วงหน้า แทนที่จะปล่อยให้เดาเองว่าใช้ได้มากแค่ไหน

  • ตกลงว่าวัตถุดิบทำกับข้าวส่วนไหนใช้ร่วมกันได้
  • แจ้งงบประมาณคร่าว ๆ ถ้าต้องซื้อของกินเองเพิ่ม
  • เก็บใบเสร็จไว้ ถ้ามีการเบิกค่าใช้จ่ายคืน
  • ทบทวนข้อตกลง เมื่อรายการอาหารเปลี่ยนไป
  • ถามความเห็นแม่บ้านเรื่องเมนูที่อยากทำกินเองด้วย
  • แบ่งโซนตู้เย็นให้ชัดตั้งแต่วันแรกที่จ้าง
  • ติดสติกเกอร์บนของเฉพาะคนที่ไม่อยากให้แตะ
  • ทบทวนกฎเรื่องตู้เย็นทุกครั้งที่ซื้อของใหม่เข้าบ้าน
  • ถามความเห็นแม่บ้านด้วยว่าอยากได้อะไรติดตู้เย็นบ้าง
  • จัดวันทำความสะอาดตู้เย็นร่วมกันเป็นประจำ

น้ำใจเล็ก ๆ ที่ทำให้อยู่ด้วยกันสบายขึ้น

นอกจากกฎที่ชัดเจนแล้ว น้ำใจเล็ก ๆ จากเจ้าของบ้านก็ช่วยได้มากไม่แพ้กัน เช่น การซื้อผลไม้ หรือขนมเผื่อแม่บ้านไว้เป็นประจำ พร้อมบอกตรง ๆ ว่านี่ซื้อมาให้กินได้เลยไม่ต้องเกรงใจ คำพูดสั้น ๆ แบบนี้ช่วยลดความกังวลได้มากกว่าที่หลายคนคิด เพราะแม่บ้านจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ไม่ใช่แค่คนทำงานที่ต้องระวังตัวตลอดเวลา ถ้า เจ้าของบ้าน ลืมบอกในวันแรก ก็ ยังพูดเพิ่มเติมได้ทีหลังเสมอ ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับเรื่องแบบนี้

วิธีสื่อสารน้ำใจ ตัวอย่าง ผลที่ได้
บอกด้วยคำพูดตรง ๆ กินได้เลยนะ ซื้อมาให้ทุกคน แม่บ้านสบายใจทันที ไม่ต้องเดา
ชวนกินด้วยกันบางมื้อ นั่งกินขนมด้วยกันเป็นบางครั้ง สร้างความสนิทสนม มากขึ้น เรื่อย ๆ
ติดโน้ตเล็ก ๆ ไว้ที่ของ เขียนว่า กินได้ค่ะ ใช้ได้ดี เมื่อเจ้าของบ้านไม่ค่อยอยู่บ้าน
บอกผ่านกลุ่มไลน์ครอบครัว แจ้งของใหม่ ที่ซื้อเข้าบ้าน เหมาะกับบ้านที่มีคนช่วยดูแลหลายคน
จัดผลไม้ไว้ในตะกร้ากลาง แยกจากของเฉพาะคนอย่างชัดเจน ลดความสับสนได้ โดยไม่ต้องพูดซ้ำทุกครั้ง
ทำรายการกินได้ติดตู้เย็น เห็นชัดเจนทุกครั้งที่เปิดตู้ เหมาะกับบ้านที่มีคนเข้าครัวหลายคน
ทบทวนรายการทุกเดือน ปรับตามของที่เปลี่ยนไป กันรายการเก่าล้าสมัย เกินไป

บ้านที่ใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ มักรักษาแม่บ้านไว้ได้นานกว่าบ้านที่มองข้ามไป เพราะความสบายใจในชีวิตประจำวันมีผลต่อความรู้สึกผูกพันกับที่ทำงานมากกว่าตัวเลขค่าจ้างเสียอีก แม่บ้านที่รู้สึกว่าตัวเองได้รับการดูแลเหมือนคนในบ้าน มักทำงานด้วยความเต็มใจมากกว่าคนที่รู้สึกว่าต้องระแวดระวังตลอดเวลา หลายบ้านพบว่าแม่บ้านที่เคยเกร็งเรื่องตู้เย็นในช่วงแรก กลับกลายเป็นคนที่ทำงานสบายใจ และอยู่ด้วยกันได้นานหลังจากที่กฎเรื่องนี้ชัดเจนขึ้น

เมื่อเกิดความเข้าใจผิดเรื่องของในตู้เย็น

บางครั้งแม้จะตกลงกันไว้ชัดเจนแล้ว ก็อาจเกิดความเข้าใจผิดได้อยู่ดี เช่น แม่บ้านหยิบของที่คิดว่าเป็นโซนกินได้ แต่จริง ๆ แล้วเจ้าของบ้านตั้งใจเก็บไว้พิเศษ ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น การพูดคุยด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ตำหนิรุนแรง สำคัญกว่าการหาว่าใครผิด เพราะความเข้าใจผิดเล็ก ๆ แบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำให้บรรยากาศในบ้านตึงเครียด โดยไม่จำเป็น ถ้า เจ้าของบ้าน ตอบสนองด้วยความเข้าใจตั้งแต่ครั้งแรก แม่บ้านก็จะกล้าถามมากขึ้นในครั้งต่อไป แทนที่จะเลือกไม่แตะต้องอะไรเลยเหมือนเดิม

หลังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ควรถือโอกาสทบทวนกฎเรื่องตู้เย็นร่วมกันอีกครั้ง เผื่อว่าโซนที่แบ่งไว้เดิมยังไม่ชัดเจนพอ หรือมีของใหม่ที่ยังไม่ได้จัดหมวดหมู่ การทบทวนเป็นระยะแบบนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ความเข้าใจผิดแบบเดิมเกิดซ้ำอีก

เรื่องเดียวกันนี้ ใช้ได้กับตู้กับข้าวและตู้แช่แข็งด้วย

หลักการเดียวกันกับตู้เย็น ควรนำไปใช้กับตู้กับข้าว และช่องแช่แข็งด้วย เพราะเป็นจุดที่มักเก็บของแห้ง และเนื้อสัตว์ไว้นาน ถ้าไม่มีการแบ่งโซนให้ชัดเจน แม่บ้านก็อาจไม่กล้าหยิบมาใช้ทำกับข้าว เช่นกัน ทั้งที่ของบางอย่างซื้อมาเพื่อใช้ทำอาหารประจำวันอยู่แล้ว ไม่ใช่ของที่ต้องเก็บไว้พิเศษ เมื่อ ของหมด หรือ ใกล้หมด แม่บ้านที่เข้าใจระบบดี มัก บอกเจ้าของบ้านล่วงหน้า ก่อนที่จะหมดจริง ช่วยให้วางแผนซื้อของครั้งต่อไปได้ง่ายขึ้น เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ ถ้า ทำเป็นนิสัยได้ ก็ ช่วยลดความวุ่นวายเรื่องของหมดกลางคันได้มาก โดยที่ไม่ต้องมีใครมาคอยเช็กสต๊อกเองทุกวัน

  • แบ่งโซนตู้กับข้าวเหมือนที่แบ่งตู้เย็น
  • บอกชัดว่าของแห้งชนิดไหนใช้ทำครัวได้เลย
  • แยกของแช่แข็งพิเศษออกจากของใช้ประจำ
  • ติดป้ายบอกวันหมดอายุ ช่วยลดความสับสนเรื่องของเก่าของใหม่
  • เขียนรายการของที่ต้องซื้อเพิ่มติดไว้ที่ตู้เย็น

แม่บ้านไม่กล้ากินของในตู้เย็น เป็นเรื่องเล็กที่สร้างความอึดอัดจริง แก้ได้ง่ายด้วยการตกลงโซนของกินให้ชัดตั้งแต่วันแรก พร้อมน้ำใจเล็ก ๆ จากเจ้าของบ้าน ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ด้วยกันสบายใจขึ้นมาก

ครอบครัวที่ใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้ มักไม่ต้องเจอปัญหาใหญ่เรื่องความสัมพันธ์ในบ้านทีหลัง เพราะความสบายใจสะสมมาจากเรื่องเล็ก ๆ ที่ถูกดูแลอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่เรื่องใหญ่ที่นาน ๆ ครั้งจะเกิดขึ้น การเปิดใจคุยเรื่องตู้เย็นตั้งแต่วันแรก จึงเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ส่งผลดีในระยะยาว เรื่องแบบนี้ ไม่ใช่ แค่เรื่องของกิน แต่ เป็นสัญญาณของความไว้ใจที่บ้านหนึ่งมีต่อคนทำงานในบ้าน ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศ โดยรวมมากกว่าที่หลายคนคาดคิด

ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม

แม่บ้านสยาม ช่วยเจ้าของบ้าน วางแนวทางเรื่องการอยู่ร่วมกันในบ้านให้ลงตัว บริการแม่บ้าน ของเราช่วยแนะแนวทางที่เหมาะกับแต่ละบ้าน ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน ไม่ว่า จะเป็นเรื่องตู้เย็น หรือ กฎเล็ก ๆ อื่นในบ้าน ทีมงานของเรายินดีให้คำปรึกษาเพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ด้วยกันอย่างสบายใจ

อ้างอิง

[1] ILO สรุปสิทธิแรงงานทำงานบ้านในประเทศไทย เกี่ยวข้องกับสภาพการทำงานและความเป็นอยู่ของลูกจ้างทำงานบ้าน. https://www.ilo.org/resource/article/new-rights-domestic-workers-thailand

[2] ILO สรุปกฎกระทรวงปี 2567 เรื่องการคุ้มครองแรงงานทำงานบ้านในไทย เกี่ยวข้องกับข้อตกลงในบ้านตั้งแต่วันแรก. https://www.ilo.org/resource/article/2024-thai-regulations-domestic-work-are-you-following-law

แชร์บทความนี้ไปที่...

Facebook
X
WhatsApp
Email
Threads