แม่บ้านสยาม
อบรมก่อนส่ง ตรวจจริง 6 โรค
  • (ฟรี) ตรวจหาสารเสพติด
  • ตรวจการตั้งครรภ์

นายจ้างสามารถแจ้งให้ตรวจโรคอื่นๆเพิ่มเติมได้

แม่บ้านคนเดิมอยู่มา 3 ปี ควรขึ้นเงินเดือนไหม และขึ้นเท่าไหร่?

ปรับเงินเดือนแม่บ้านหลังอยู่ยาว พร้อมตารางเกณฑ์ประเมิน|แม่บ้านคนเดิมและการขึ้นเงินเดือนอย่างเป็นธรรมในบ้าน
ปรับเงินเดือนแม่บ้านหลังอยู่ยาว พร้อมตารางเกณฑ์ประเมิน|แม่บ้านคนเดิมและการขึ้นเงินเดือนอย่างเป็นธรรมในบ้าน

วันนี้ชวนดูคำถามที่หลายบ้านถามบ่อย ว่าถ้าคนทำงานบ้านคนเดิมอยู่มาหลายปีแล้ว จะคุยเรื่องปรับเงินเดือนแม่บ้านอย่างไรให้ไม่ตึง และยังรักษาความสัมพันธ์ได้ดี ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ใครเรียกร้องมากหรือน้อย แต่มักอยู่ที่ยังไม่มีกรอบค่าตอบแทนที่ตกลงร่วมกันตั้งแต่แรก พอไม่มีเกณฑ์กลาง การคุยจึงง่ายที่จะกลายเป็นการต่อรองเฉพาะหน้าและทำให้อึดอัดโดยไม่จำเป็น

หลักที่ใช้ได้จริงคือประเมินผลงานก่อน แล้วค่อยกำหนดรอบปรับเงินเดือนแม่บ้านจากข้อมูลชุดเดียวกันทั้งบ้าน เพื่อให้ความเป็นธรรม ความต่อเนื่องของงาน และงบประมาณเดินคู่กัน ค่าครองชีพในบ้านจะเปลี่ยนตามช่วงเวลา จึงควรใช้เป็นแกนพิจารณาร่วมกับภาระงานและคุณภาพงาน ไม่ใช่พึ่งพาอารมณ์วันคุยหรือความจำคนละแบบอย่างเดียว

ในทางปฏิบัติ แฟ้มข้อมูลสั้น ๆ ที่เขียนต่อได้ทุกปีจะช่วยมาก เริ่มจากรายการว่ามีงานอะไรบ้าง คุณภาพงานเป็นอย่างไร และค่าใช้จ่ายในบ้านเปลี่ยนแค่ไหน แล้วใช้ชุดเดียวกันในทุกรอบคุย เพื่อให้การปรับเงินเดือนแม่บ้านในแต่ละปีมีเหตุผลซ้ำได้และลดการตีความคนละแบบเมื่อถึงรอบถัดไป

ขั้นที่จับต้องถัดมาคือสรุปขอบเขตงานให้ชัดว่ามีห้องกี่ห้อง งานหนักจุดไหน และมีงานเสริมอะไรบ้าง พร้อมเก็บหลักฐานเล็ก ๆ เป็นรายเดือน เช่น รูปก่อน-หลังโซนที่ตกลงกัน หรือรายการเช็กงานประจำ พอถึงเวลาพูดเรื่องปรับเงินเดือนแม่บ้าน ข้อมูลพวกนี้จะทำให้ทุกปีอิงเหตุผลชุดเดียวกัน ไม่ใช่ความจำคนละแบบ

ถ้าอยากให้การขึ้นเงินเดือนอย่างเป็นธรรมเกิดจริง ควรแยกระหว่างฐานค่าจ้างเดิมกับงานที่เพิ่มนอกข้อตกลงเดิมให้เห็นชัด เช่น งานดูแลผู้สูงอายุเพิ่มหรือโซนที่ขยายขึ้น เพราะหลายครั้งเรื่องปรับเงินเดือนแม่บ้านพลิกเมื่อขอบเขตงานเปลี่ยนแล้วแต่ยังไม่ได้แก้เอกสารให้ตรงกับงานจริง

เกณฑ์ปรับเงินเดือนรายปีควรอยู่ในปฏิทินเดียวกับการประเมินผลงานแม่บ้าน เพื่อให้มีหลักฐานย้อนหลังไม่ใช่คำพูดลอย ๆ และเมื่อเป้าหมายรักษาแม่บ้านให้อยู่ยาวเป็นข้อตกลงร่วม การคุยเรื่องค่าจ้างจะไม่กลายเป็นการต่อรองแบบหยุดโลกในวันเดียว

แบบการคุยที่เป็นระบบมักเริ่มจากเป้าหมายร่วม แล้วไล่ด้วยข้อมูลสามส่วน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในบ้านที่เปลี่ยนไป ภาระงานที่เปลี่ยนไป และบันทึกสั้น ๆ เรื่องผลงานจากรอบที่แล้ว จากนั้นจึงสรุปค่าจ้างที่ตกลง วันเริ่มใช้อัตราใหม่ และวันทบทวนรอบถัดไปให้ชัด เพื่อให้การปรับเงินเดือนแม่บ้านสอดคล้องข้อมูลชุดเดียว และให้การคำนวณขึ้นเงินเดือนแม่บ้านทำซ้ำได้ในปีถัดไปโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง

ก่อนคุย บางบ้านจะจัดลำดับสั้น ๆ เป็นอย่างนี้ สรุปภาระงานก่อน ตามด้วยสรุปคุณภาพงาน แล้วปิดท้ายด้วยการนัดวันทบทวนรอบถัดไปสำหรับการปรับเงินเดือนแม่บ้านในแต่ละปี วิธีนี้ช่วยให้มีบันทึกต่อเนื่องและลดโอกาสที่สองฝ่ายจะจำเหตุผลคนละแบบ

ถ้าเขียนโน้ตเป็นขั้นตอนจะอ่านง่ายทั้งตอนเตรียมและตอนสรุปหลังคุย โดยใช้ขั้น 1 ทบทวนข้อตกลงเดิม ขั้น 2 เทียบงานที่ทำจริงกับภาระงาน ขั้น 3 สรุปตัวเลขและวันเริ่มใช้อัตราใหม่ แล้วเก็บเป็นลายลักษณ์อักษรสั้น ๆ ใช้แบบเดียวกันทุกปี เพื่อให้การปรับเงินเดือนแม่บ้านและการคำนวณขึ้นเงินเดือนแม่บ้านยึดชุดข้อมูลเดียวกัน แนวนี้เหมาะกับบ้านที่ไม่ถนัดเขียนเอกสารยาวหรือไม่ถนัดอ่านเอกสารภาษาต่างประเทศในงานประจำวัน และทำซ้ำได้ทุกปี ปีละครั้ง เช่นเดียวกับขั้น 1 2 3 ด้านบน

ขึ้นเงินเดือนไหม และควรทบทวนบ่อยแค่ไหน

คำตอบสั้นๆ คือควรทบทวนอย่างเป็นระบบทุกปีสำหรับคนที่อยู่ต่อเนื่อง เพราะภาระงาน ความชำนาญ และความน่าเชื่อถือมักสูงขึ้นตามเวลา การไม่ทบทวนเลยเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่เห็นคุณค่า แม้งานประจำวันยังเดินได้ แต่แรงจูงใจและความผูกพันระยะยาวมักลดลงทีละน้อย การทำให้เกณฑ์ปรับเงินเดือนรายปีชัดจึงเป็นโครงป้องกันปัญหาไม่ให้บานปลาย

แนวทางเริ่มต้นที่เป็นรูปธรรมมีห้าข้อที่ใช้ซ้ำได้ทุกรอบ ได้แก่ ตั้งวันทบทวนประจำปีให้แน่นอน ใช้เกณฑ์เดียวกันทุกครั้ง บันทึกผลการคุยเป็นลายลักษณ์อักษร กำหนดวันเริ่มใช้อัตราใหม่ให้ชัด และคิดตัวเลขด้วยสูตรที่ตกลงร่วมกัน เพื่อให้การขึ้นเงินเดือนอย่างเป็นธรรมไม่ใช่เรื่องปิดประตูแล้วค่อยคุย แต่เป็นเรื่องที่วางปฏิทินไว้ตั้งแต่ต้นปี

ไม่มีเปอร์เซ็นต์เดียวที่ถูกทุกบ้าน ให้คิดจากสามแกนหลัก

ไม่มีเปอร์เซ็นต์ตายตัวที่เหมาะกับทุกครัวเรือน เพราะบริบทงานและความคาดหวังต่างกัน วิธีที่ปลอดภัยคือพิจารณาพร้อมกันสามแกน ได้แก่ ค่าครองชีพ ภาระงานจริง และคุณภาพงานที่ส่งมอบ จากนั้นจึงนำไปเชื่อมกับการประเมินผลงานแม่บ้านและความต่อเนื่องในการทำงาน เพื่อให้การคำนวณขึ้นเงินเดือนแม่บ้านอธิบายได้และตรวจสอบได้

แกนพิจารณาคำถามที่ใช้ประเมินแนวทางนำไปใช้
ค่าครองชีพปีที่ผ่านมาค่าใช้จ่ายพื้นฐานในบ้านเปลี่ยนแค่ไหนกำหนดฐานปรับขั้นต่ำเพื่อไม่ให้กำลังซื้อจากค่าจ้างถดถอย
ภาระงานงานเพิ่มจากเดิมหรือซับซ้อนขึ้นหรือไม่แยกงานหลัก งานเพิ่ม และงานนอกขอบเขตให้ชัดก่อนต่อรองตัวเลข
คุณภาพงานความสม่ำเสมอ ความรับผิดชอบ และการสื่อสารดีขึ้นหรือไม่เชื่อมช่วงปรับกับผลงานจริงที่เห็นได้
ความต่อเนื่องการอยู่ยาวช่วยลดต้นทุนการเปลี่ยนคนและการสอนงานหรือไม่นับมูลค่าความนิ่งของระบบงานในบ้านเข้าไปด้วย

หลายบ้านใช้แนวปรับแบบขั้นบันได เช่น ปรับตามเกณฑ์ขั้นต่ำเมื่อผลงานคงที่ และปรับสูงขึ้นเมื่อมีความรับผิดชอบเพิ่มชัดเจน วิธีนี้ช่วยให้ตัดสินใจโปร่งใสกว่าการใช้ความรู้สึกวันคุยเพียงอย่างเดียว และสนับสนุนเป้าหมายรักษาแม่บ้านให้อยู่ยาวเมื่อระบบถูกจัดการอย่างต่อเนื่อง

ช่วงตัวเลขที่ใช้เริ่มคุยได้ และตัวอย่างคำนวณขึ้นเงินเดือนแม่บ้าน

เพื่อให้การคุยมีกรอบ บ้านจำนวนมากใช้ช่วงปรับรายปีประมาณ 3-10% แล้วเลือกจุดภายในช่วงให้สอดคล้องงบและผลงานจริง โดยไม่จำเป็นต้องยึดเลขเดียวทุกปี ช่วง 3-5% เหมาะเมื่องานคงที่และคุณภาพสม่ำเสมอ ช่วง 6-8% เหมาะเมื่องานเพิ่มหรือความรับผิดชอบมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วง 9-10% เหมาะเมื่อผลงานโดดเด่น มีบทบาทเพิ่ม และช่วยให้ระบบบ้านนิ่งชัดเจน ตัวเลขเหล่านี้เป็นกรอบเริ่มคุยสำหรับการปรับเงินเดือนแม่บ้าน ไม่ใช่กฎตายตัว จุดสำคัญคืออธิบายเหตุผลให้ตรวจสอบได้และตกลงก่อนมีผลใช้จริง

ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างการคำนวณขึ้นเงินเดือนแม่บ้านเมื่อสมมติฐานค่าจ้าง 18,000 บาท และลองใช้ร้อยละต่างกันในช่วงที่พูดถึงบ่อย ตัวเลขร้อยละเป็นเพียงแบบจำลอง—บ้านคุณอาจเลือกจุดอื่นในกรอบ 3-10% ตามงบและผลงานจริง

ค่าจ้างเดิม (บาท)อัตราเพิ่ม (ร้อยละ)เงินเพิ่ม (บาท)ค่าจ้างใหม่ (บาท)
18,000472018,720
18,00061,08019,080
18,00081,44019,440
18,000101,80019,800

ถ้าฐานค่าจ้างไม่เท่า 18,000 บาท ให้คิดว่าค่าจ้างใหม่ประมาณเท่ากับค่าจ้างเดิมบวกกับส่วนที่เพิ่ม โดยคิดส่วนที่เพิ่มจากการเอาค่าจ้างเดิมคูณร้อยละที่ตกลงแล้วหารร้อย หรือเขียนทางเลือก 2-3 แบบบนกระดาษก่อนคุยจริงเพื่อให้การคำนวณขึ้นเงินเดือนแม่บ้านเห็นภาพตรงกันและลดแรงเสียดทานระหว่างการตัดสินใจ

โครงทางเลือกที่ใช้คุยได้ เช่น ตัวเลือก A ปรับตามฐานค่าครองชีพ ตัวเลือก B ปรับตามฐานค่าครองชีพรวมภาระงานที่เพิ่ม และตัวเลือก C ปรับตามผลงานพร้อมกำหนดเป้าหมายรอบถัดไป เมื่อวางแบบนี้ การปรับเงินเดือนแม่บ้านจะเชื่อมกับข้อมูลจริงแทนการยึดความรู้สึกอย่างเดียว

สัญญาณว่าควรพิจารณาปรับสูงกว่าปกติ และความเข้าใจผิดที่ทำให้คุยเรื่องเงินยาก

สัญญาณที่ควรพิจารณาปรับสูงกว่าฐาน ได้แก่ รับผิดชอบงานเพิ่มจากข้อตกลงเดิมอย่างต่อเนื่อง การสื่อสารและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าดีขึ้นชัดเจน ความสม่ำเสมอสูงและไว้ใจได้ และช่วยลดภาระการติดตามงานของคนในบ้าน เมื่อสัญญาณเหล่านี้เกิดพร้อมกัน การปรับที่สูงกว่าฐานขั้นต่ำมักคุ้มกับความนิ่งของระบบในระยะยาว

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย เช่น คิดว่าอยู่มานานต้องขึ้นเท่ากันทุกปีโดยไม่ดูงานจริง คิดว่าให้โบนัสแทนการปรับประจำได้เสมอ คิดว่าไม่มีปัญหาก็ยังไม่ต้องทบทวน หรือคิดว่าเรื่องเงินคุยช้าได้โดยไม่กระทบความสัมพันธ์ ในความเป็นจริงการคุยชัดและตรงเวลาช่วยป้องกันปัญหามากกว่าการเลี่ยง เพราะทั้งสองฝ่ายจะเห็นทิศทางเดียวกันและวางแผนได้แน่นอนขึ้น

วิธีคุยเรื่องปรับเงินเดือนแม่บ้านให้เป็นมืออาชีพ

ลำดับการคุยที่ลดอารมณ์และเพิ่มความชัดคือ เริ่มจากเป้าหมายร่วมว่าอยากให้การทำงานอยู่กันได้ยาว และอยากให้กติกาค่าตอบแทนเป็นธรรมทั้งสองฝั่ง จากนั้นค่อยเทียบข้อมูลทีละหัวข้อ เตรียมข้อมูลผลงานและภาระงานก่อนวันคุย ใช้ภาษากลางไม่กล่าวโทษ เสนอช่วงตัวเลขพร้อมเหตุผล 2-3 ทางเลือก และสรุปข้อตกลงเป็นรายการย่อทันทีหลังคุยเสร็จ รูปแบบนี้ช่วยให้ค่าจ้างใหม่ไม่กลายเป็นผลจากแรงกดดันเฉพาะหน้า

รายการตรวจสั้น ๆ ก่อนตัดสินใจมีได้แก่ ขอบเขตงานปัจจุบันปรับให้ตรงกับจริงแล้วหรือยัง มีหลักฐานผลงานที่ทบทวนร่วมกันหรือไม่ งบรายเดือนรองรับอัตราใหม่ได้ต่อเนื่องไหม วันเริ่มใช้อัตราใหม่ชัดหรือยัง และมีรอบทบทวนครั้งถัดไปที่ตกลงแล้วหรือไม่ รายการนี้ช่วยให้คำตอบเรื่องควรขึ้นไหมและขึ้นเท่าไหร่กลายเป็นการตัดสินใจที่วัดผลได้จริง

แผน 30 วันหลังปรับค่าจ้างให้ระบบนิ่ง

สัปดาห์ที่หนึ่งให้ยืนยันขอบเขตงานและเป้าหมายที่คาดหวัง สัปดาห์ที่สองนัดสั้น ๆ ตามงานที่ยังติดขัด สัปดาห์ที่สามทบทวนคุณภาพงานและการสื่อสาร สัปดาห์ที่สี่สรุปผลและกำหนดแนวทางรอบถัดไปให้ชัด แผนนี้ทำให้การปรับไม่จบแค่ตัวเลข แต่เชื่อมกับคุณภาพงานและความสัมพันธ์ระยะยาวในการทำงานบ้าน

สรุปคำตอบสั้นๆ คือควรขึ้นเมื่อมีข้อมูลประกอบ และขึ้นตามเกณฑ์ไม่ใช่แค่อารมณ์วันคุย แม่บ้านที่อยู่มา 3 ปีควรได้รับการทบทวนค่าตอบแทนอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากฐานค่าครองชีพแล้วปรับเพิ่มตามภาระงานและคุณภาพงานที่พิสูจน์ได้ ถ้าจะเริ่มวันนี้ให้ทำสองอย่างคือกำหนดรอบคุยประจำปีแบบคงที่ และเตรียมเกณฑ์ประเมินร่วมหนึ่งหน้า พอเกณฑ์ชัด การคุยเรื่องค่าจ้างจะเป็นธรรมและสบายใจขึ้นทั้งสองฝั่ง

ติดต่อเรา | แม่บ้านสยาม

แม่บ้านสยาม บริษัทจัดหาและคัดเลือกบุคลากรงานบ้านและแรงงานที่เกี่ยวข้อง โดยช่วยประเมินความต้องการของนายจ้างและจับคู่ผู้สมัครให้เหมาะกับรูปแบบการจ้าง

อ้างอิง

[1] องค์การแรงงานระหว่างประเทศ — อนุสัญญาแรงงานงานบ้าน ฉบับที่ 189 (ค.ศ. 2011) | https://www.ilo.org/standards-and-legislative-texts/conventions-and-recommendations/convention-no-189

[2] องค์การของรัฐในสหราชอาณาจักร — คำแนะนำเรื่องเงินเดือนและค่าจ้าง | https://www.acas.org.uk/pay-and-wages

แชร์บทความนี้ไปที่...

Facebook
X
WhatsApp
Email
Threads