เด็กหลายคนชอบของสะสมแบบสุ่มเปิดกล่อง ไม่รู้ว่าจะได้อะไร จึงตื่นเต้นและอยากได้อีกเรื่อย ๆ พอลูกขอกล่องสุ่ม ของสะสมก็เริ่มเต็มห้องโดยไม่รู้ตัว พ่อแม่เริ่มสงสัยว่าใครควรเป็นคนบอกว่าพอ บทความนี้เล่าเป็นภาษาบ้าน ๆ ว่าควรคุยกันอย่างไรในบ้าน โดยไม่ตำหนิลูกและไม่วินิจฉัยว่าลูกติดอะไร
เข้าใจว่าทำไมลูกอยากได้อีก
ของที่ไม่รู้ว่าจะได้อะไรทำให้เด็กรู้สึกลุ้นและสนุก ถ้าเพื่อนที่โรงเรียนก็สะสมเหมือนกัน ลูกยิ่งอยากมีเพื่อนคุยเรื่องเดียวกัน เมื่อลูกขอกล่องสุ่ม ไม่ได้แปลว่าลูกดื้อหรือเอาแต่ใจ เป็นเรื่องที่เด็กวัยนี้พบได้ทั่วไป การเข้าใจว่าลูกชอบความตื่นเต้นและความเป็นพวกเดียวกับเพื่อนช่วยให้พ่อแม่คุยได้ใจเย็นขึ้น
บทความนี้ไม่วินิจฉัยพฤติกรรมว่าติดหรือผิดปกติ และไม่ระบุราคาหรือยี่ห้อของกล่องใด ๆ ถ้าลูกขอกล่องสุ่มแล้วพ่อแม่กังวลว่าลูกควบคุมตัวเองไม่ได้จริง ๆ หรือกระทบการเรียนและอารมณ์มาก ควรปรึกษาครูหรือผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก
ใครเป็นคนบอกว่าพอ
คำถามว่าใครเป็นคนบอกว่าพอ คำตอบที่ตรงที่สุดคือพ่อแม่ตกลงกับลูกเอง เพราะเรื่องซื้อของและเงินเป็นเรื่องของครอบครัว ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นในบ้านควรตัดสินแทน ควรตั้งกติการ่วมกัน เช่น เดือนหนึ่งซื้อได้กี่ครั้ง หรือให้ลูกเก็บเงินของตัวเองซื้อ แล้วบอกให้ทุกคนในบ้านรู้ตรงกัน
เมื่อลูกขอกล่องสุ่ม การตกลงล่วงหน้าก่อนออกจากบ้านช่วยได้มาก เช่น บอกก่อนว่าวันนี้จะไม่ซื้อ หรือซื้อได้หนึ่งชิ้น เด็กที่รู้กติกาก่อนมักต่อรองน้อยกว่าเด็กที่ถูกปฏิเสธหน้าร้าน ถ้าลูกร้อง ผู้ใหญ่ทุกคนควรใจเย็นและพูดเหมือนกัน
- ตกลงกติกาก่อนออกจากบ้านว่าวันนี้ซื้อหรือไม่ซื้อ
- ให้ลูกมีส่วนตัดสินใจ เช่น เลือกหนึ่งชิ้น
- ผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านพูดเหมือนกัน
- ชมเมื่อลูกทำตามกติกา
- ไม่ตำหนิลูกต่อหน้าคนอื่น
คนที่ช่วยดูแลลูกวางตัวอย่างไร
ถ้ามีพี่เลี้ยงอยู่ที่บ้าน พี่เลี้ยงไม่ใช่คนตัดสินเรื่องซื้อของให้ลูก เมื่อลูกขอกล่องสุ่ม พี่เลี้ยงควรตอบตามกติกาที่พ่อแม่ตั้งไว้ และไม่ซื้อให้เองหรือใช้เงินของตัวเอง หน้าที่ของพี่เลี้ยงคือช่วยจัดเก็บและบอกพ่อแม่ เช่น ช่วยลูกเก็บของสะสมเข้ากล่องหรือชั้น และเล่าให้พ่อแม่ฟังว่าลูกขอบ่อยแค่ไหน
พี่เลี้ยงสังเกตได้ว่าของสะสมเริ่มเต็มห้องหรือไม่ และแจ้งพ่อแม่ตามความจริง ไม่ตำหนิลูก ไม่พูดให้ลูกอายหรือเปรียบเทียบกับเด็กอื่น ถ้าลูกขอกล่องสุ่มแล้วร้องไห้ ก็ปลอบตามวิธีที่พ่อแม่ตกลงไว้ การช่วยจัดเก็บและบอกพ่อแม่เป็นขอบเขตที่เหมาะสมที่สุด
| เรื่อง | พ่อแม่ทำ | พี่เลี้ยงทำ |
|---|---|---|
| กติกาการซื้อของ | ตกลงกับลูกเอง | ทำตามกติกาและไม่ซื้อให้เอง |
| ของสะสมเต็มห้อง | ชวนลูกคัดและตกลงว่าเก็บอะไร | ช่วยจัดเก็บตามที่ตกลง |
| เมื่อลูกร้องขอ | พูดชัดเจนและใจเย็น | ปลอบและแจ้งพ่อแม่ ไม่ตัดสินเอง |
ของสะสมเต็มห้องทำอย่างไร
เมื่อของสะสมเริ่มเต็มห้อง ถ้าลูกขอกล่องสุ่มจนของสะสมเต็ม ลองชวนลูกคัดด้วยกัน ให้ลูกเลือกชิ้นที่ชอบที่สุดไว้โชว์ ส่วนที่เหลือเก็บเข้ากล่องและเปลี่ยนมาโชว์สลับกัน ลูกที่ได้มีส่วนตัดสินใจมักยอมรับง่ายกว่าถูกสั่งให้ทิ้ง และไม่ควรทิ้งของของลูกโดยไม่บอก เพราะอาจทำให้ลูกไม่ไว้ใจ
ครอบครัวที่กำลังหาแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงมาช่วย ควรบอกบริษัทจัดหางานตั้งแต่ต้นว่ากติกาเรื่องซื้อของของลูกเป็นอย่างไร ส่วนครอบครัวที่ต้องการจัดหาแม่บ้านซึ่งช่วยทั้งงานบ้านและดูแลเด็ก ก็ควรอธิบายขอบเขตงานให้ชัดว่าช่วยจัดเก็บได้ แต่ไม่ตัดสินเรื่องซื้อของ
บริษัทเป็นตัวแทนจัดหา ไม่ใช่บริการรายวันหรือชั่วคราว ค่าบริการเป็นค่าจัดหาครั้งเดียว บทความนี้ไม่ระบุตัวเลข และไม่รับปากว่าจะจัดหาได้ทันตามวันที่ต้องการ บริษัทไม่รับผิดชอบทรัพย์สินที่เสียหายหรือสูญหายจากการทำงาน
ถ้าลูกยังขอไม่เลิก ไม่ต้องรีบสรุปว่าวิธีที่ใช้ผิด เด็กต้องใช้เวลาเรียนรู้ว่าพอคืออะไร ค่อย ๆ ใช้กติกาเดิมสม่ำเสมอ เปลี่ยนความสนใจไปที่กิจกรรมอื่น เช่น เล่นนอกบ้านหรือทำงานประดิษฐ์ด้วยกัน เมื่อลูกขอกล่องสุ่มและเริ่มอยากเล่นอย่างอื่นบ้าง ถือเป็นสัญญาณที่ดี
พ่อแม่ควรทบทวนกติการ่วมกับพี่เลี้ยงเป็นระยะ ถามว่าช่วงนี้ลูกขอบ่อยแค่ไหน อะไรได้ผล อะไรยังไม่ได้ผล แล้วปรับร่วมกัน การคุยกันของผู้ใหญ่ในบ้านช่วยให้ลูกได้รับสารเดียวกัน และลดโอกาสที่ลูกจะเลือกขอจากคนที่ใจอ่อนที่สุด
โดยสรุป เมื่อลูกขอกล่องสุ่มและของสะสมเริ่มเต็มห้อง ใครเป็นคนบอกว่าพอ คือพ่อแม่ตกลงกับลูกเอง พี่เลี้ยงช่วยจัดเก็บและบอกพ่อแม่ ไม่ตัดสินเรื่องซื้อของให้ลูก ตั้งกติกาก่อนออกจากบ้านและใจเย็นเมื่อลูกร้อง
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยามช่วยจับคู่พี่เลี้ยงที่ใจเย็นและทำตามกติกาของบ้านได้ แจ้งกติกาและสิ่งที่ครอบครัวกังวลตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้คนที่เหมาะกับครอบครัวและทำงานร่วมกันได้ราบรื่น
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] American Academy of Pediatrics อธิบายเรื่องการตั้งกติกาและวินัยเชิงบวกกับเด็ก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตกลงเรื่องการขอซื้อของ. https://www.healthychildren.org/English/family-life/family-dynamics/communication-discipline/Pages/Disciplining-Your-Child.aspx
[2] NHS รวบรวมบริการสนับสนุนสำหรับพ่อแม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรึกษาเมื่อกังวลเรื่องพฤติกรรมของลูก. https://www.nhs.uk/conditions/baby/support-and-services/
![]()