หลายครอบครัวส่งลูกให้ตายายเลี้ยงตั้งแต่เล็กเพราะต้องทำงาน แล้ววันหนึ่งก็ตัดสินใจรับลูกกลับมาเลี้ยงเอง แต่พอถึงเวลาจริงกลับพบว่าลูกติดตายายมาก ถามหาตายายตลอด ร้องไห้ตอนเย็น หรือไม่ยอมให้พ่อแม่เข้าใกล้ ความรู้สึกของพ่อแม่ในตอนนั้นคือทั้งเหนื่อยและเสียใจ บทความนี้เล่าเป็นภาษาบ้าน ๆ ว่าพี่เลี้ยงช่วยได้อย่างไรในช่วงปรับตัว โดยไม่ตัดสินว่าใครถูกใครผิด
เข้าใจว่าทำไมลูกติดตายายมาก
เด็กเล็กผูกพันกับคนที่อยู่ด้วยทุกวันและตอบสนองเขาเสมอ เมื่อลูกติดตายายมาก ไม่ได้แปลว่าลูกไม่รักพ่อแม่ แต่เพราะตายายคือคนที่ให้ความอุ่นใจมาตลอดตั้งแต่เกิด การเปลี่ยนที่อยู่และผู้ดูแลหลักในคราวเดียวทำให้เด็กรู้สึกเหมือนทุกอย่างหายไปพร้อมกัน จึงร้องไห้หรือต่อต้านเป็นเรื่องปกติ
เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของตายายที่เลี้ยงด้วยความรัก และไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่ที่ต้องทำงาน บทความนี้จึงไม่พูดให้ตายายดูเป็นฝ่ายผิด เพราะผู้ใหญ่ทุกคนทำเต็มที่ตามสถานการณ์ ถ้าลูกติดตายายมาก สิ่งที่ช่วยลูกได้คือความเข้าใจและความสม่ำเสมอในช่วงที่เขากำลังปรับตัว
ให้เวลาลูกปรับตัวทีละนิด
เมื่อลูกติดตายายมาก วิธีที่ช่วยได้คือให้เวลาลูกปรับตัวทีละนิด ไม่ย้ายทุกอย่างในวันเดียว ถ้าเป็นไปได้ ให้ตายายมาอยู่ด้วยในสัปดาห์แรก ๆ แล้วค่อยลดลง หรือโทรคุยกับลูกทุกวันช่วงแรก เพื่อให้ลูกรู้ว่าตายายยังอยู่และไม่ได้หายไป การค่อย ๆ เปลี่ยนช่วยให้ลูกไม่ตกใจเกินไป
ใช้ของที่ลูกคุ้นมาที่บ้านใหม่ เช่น ผ้าห่ม ตุ๊กตา หรือจานชามที่ใช้ประจำ รวมถึงรักษาเวลากินนอนให้ใกล้เคียงเดิมให้มากที่สุด ถ้าลูกติดตายายมาก ความคุ้นเคยเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยให้ลูกรู้สึกว่าบ้านใหม่ยังมีบางอย่างเหมือนเดิม และลดความกลัวสิ่งที่ไม่รู้
- ให้ตายายมาอยู่ด้วยช่วงแรก แล้วค่อย ๆ ลดลง
- โทรหากันทุกวันในช่วงแรก
- พาของที่ลูกคุ้นมาบ้านใหม่
- รักษาเวลากินนอนให้ใกล้เดิม
พี่เลี้ยงทำความรู้จักลูกก่อน
กรณีลูกติดตายายมาก พี่เลี้ยงช่วยได้ด้วยการทำความรู้จักลูกก่อนที่พ่อแม่จะต้องกลับไปทำงาน เช่น มานั่งเล่นด้วยกันขณะที่พ่อแม่อยู่ใกล้ ๆ ให้ลูกเห็นว่าพี่เลี้ยงเป็นคนที่พ่อแม่ไว้ใจ จากนั้นค่อยให้พี่เลี้ยงทำกิจวัตรง่าย ๆ ร่วมกับลูก เช่น กินข้าวหรืออ่านนิทาน แล้วขยับเวลาที่แม่ไม่อยู่ให้นานขึ้นช้า ๆ
พี่เลี้ยงทำตามที่พ่อแม่วางไว้ในเรื่องกิจวัตรและวิธีปลอบ และเรียนรู้จากตายายว่าลูกชอบอะไร กลัวอะไร ตื่นกี่โมง ถ้ามีโอกาสพูดคุยกับตายายโดยตรง ข้อมูลเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยให้พี่เลี้ยงดูแลต่อเนื่องจากที่เด็กเคยคุ้น และแสดงให้ลูกเห็นว่าผู้ใหญ่ทุกคนร่วมมือกัน
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ช่วยได้ | สิ่งที่ควรเลี่ยง |
|---|---|---|
| สัปดาห์แรก | ให้ตายายอยู่ด้วยและโทรคุยทุกวัน | ส่งตายายกลับทันทีโดยไม่บอกลูก |
| ช่วงทำความรู้จักพี่เลี้ยง | นั่งเล่นด้วยกันขณะพ่อแม่อยู่ใกล้ ๆ | ให้พี่เลี้ยงอยู่กับลูกตามลำพังทั้งวันทันที |
| ช่วงที่ลูกถามหาตายาย | รับฟังและบอกว่าตายายยังรักอยู่ | ตอบว่าอย่าถามถึงตายายอีก |
ไม่ลบความผูกพันกับตายาย
ไม่ลบความผูกพันกับตายาย เป็นข้อสำคัญที่สุด พี่เลี้ยงและพ่อแม่ไม่ควรพูดให้ลูกรู้สึกว่าต้องเลิกคิดถึงตายาย เพราะความผูกพันนั้นเป็นของดีที่ลูกมี ควรเปิดโอกาสให้ลูกโทรหาหรือเจอตายายตามสมควร ลูกที่รู้สึกว่าความผูกพันเดิมยังปลอดภัยมักเปิดใจรับคนใหม่ได้ง่ายกว่า
แม้ลูกติดตายายมาก พี่เลี้ยงก็ไม่ได้มาแทนที่พ่อแม่หรือตายาย เป็นเพียงผู้ช่วยดูแลในช่วงที่พ่อแม่ทำงาน ความผูกพันหลักของลูกควรค่อย ๆ ย้ายมาที่พ่อแม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ใช้เวลา พ่อแม่จึงควรใช้เวลากับลูกให้มากที่สุดเมื่อกลับถึงบ้าน และไม่คาดหวังให้พี่เลี้ยงสร้างความผูกพันแทน
ไม่รับปากว่าลูกจะปรับตัวเร็ว
ต้องบอกตรง ๆ ว่าไม่รับปากว่าลูกจะปรับตัวเร็ว เด็กแต่ละคนใช้เวลาต่างกัน บางคนใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ บางคนหลายเดือน การเปรียบเทียบกับเด็กอื่นไม่ช่วยอะไร ควรดูพัฒนาการของลูกเองเป็นหลัก ถ้าลูกติดตายายมากและร้องบ่อยในช่วงแรก ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้และค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อลูกคุ้นกับบ้านและคนใหม่
ตัวพี่เลี้ยงไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็ก จึงไม่ควรสรุปว่าลูกผิดปกติหรือมีปัญหาทางอารมณ์ ถ้าลูกร้องไห้หนักต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือกระทบการกินการนอนชัดเจน ให้แจ้งพ่อแม่เพื่อปรึกษากุมารแพทย์ และเรื่องที่ควรรับกลับหรือไม่เป็นการตัดสินใจของครอบครัว บทความนี้ไม่แนะนำทางใดทางหนึ่ง
บ้านที่กำลังหาแม่บ้านหรือหาพี่เลี้ยงมาช่วยช่วงรับลูกกลับ ควรเล่าประวัติของลูกให้พี่เลี้ยงฟังตามจริง ว่าลูกเคยอยู่กับตายายและผูกพันอย่างไร ส่วนบ้านที่ต้องการจัดหาแม่บ้านซึ่งช่วยงานบ้านและดูแลเด็กไปพร้อมกัน ควรคุยเรื่องท่าทีต่อตายายและลูกให้ตรงกันตั้งแต่ต้น บริษัทจัดหาไม่รับปากว่าจะมีคนทันช่วงเวลาที่ต้องการ
โดยสรุป เมื่อลูกติดตายายมากหลังรับกลับมาเลี้ยงเอง ให้เวลาลูกปรับตัวทีละนิด ให้พี่เลี้ยงทำความรู้จักลูกก่อน ไม่ลบความผูกพันกับตายาย และไม่รับปากว่าลูกจะปรับตัวเร็ว ความเข้าใจและความสม่ำเสมอของผู้ใหญ่ทุกคนคือสิ่งที่ช่วยลูกที่สุด
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยามช่วยจับคู่พี่เลี้ยงที่ใจเย็นและเข้าใจเด็กที่กำลังปรับตัว แจ้งประวัติของลูกและสิ่งที่ครอบครัวกังวลตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้คนที่เหมาะกับครอบครัวและช่วยดูแลลูกในช่วงเปลี่ยนผ่านได้อย่างอุ่นใจ
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] NHS อธิบายว่าเด็กเล็กมักกังวลเมื่อต้องห่างจากคนที่ผูกพัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่ลูกติดตายายและต้องปรับตัว. https://www.nhs.uk/conditions/baby/babys-development/behaviour/separation-anxiety/
[2] NHS รวบรวมข้อมูลบริการสนับสนุนสำหรับพ่อแม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวก่อนฝากลูกให้ผู้อื่นดูแล. https://www.nhs.uk/conditions/baby/support-and-services/
![]()