แม่บ้านสยาม
อบรมก่อนส่ง ตรวจจริง 6 โรค
  • (ฟรี) ตรวจหาสารเสพติด
  • ตรวจการตั้งครรภ์

นายจ้างสามารถแจ้งให้ตรวจโรคอื่นๆเพิ่มเติมได้

ลูกยิ้มให้พี่เลี้ยงมากกว่าแม่ แม่เริ่มกังวลว่าลูกจะไม่ผูกพัน ควรวางตัวกับพี่เลี้ยงยังไงดี

ลูกยิ้มให้พี่เลี้ยงมากกว่าแม่
แม่วางตัวกับพี่เลี้ยงอย่างสบายใจ

วันหนึ่งแม่กลับมาจากทำงาน เห็นลูกยิ้มให้พี่เลี้ยงยิ้มแป้นและหัวเราะเสียงดัง แต่พอแม่เข้าไปอุ้มกลับนิ่งหรือเบือนหน้าหา ความรู้สึกนั้นบอกยากเหมือนกัน ทั้งดีใจที่ลูกอารมณ์ดี และใจหายที่เหมือนไม่ใช่คนที่ลูกรอ บทความนี้เล่าเป็นภาษาบ้าน ๆ ว่าแม่วางตัวกับพี่เลี้ยงอย่างไรได้บ้าง โดยไม่ตัดสินว่าใครผิด

เข้าใจความรู้สึกของแม่ก่อน

แม่กังวลลูกไม่ผูกพัน เป็นความรู้สึกที่พบได้บ่อยในบ้านที่มีคนช่วยดูแลลูกระหว่างวัน เมื่อลูกยิ้มให้พี่เลี้ยงมากกว่า คนที่ใกล้ชิดและอยู่กับลูกนานกว่า เด็กจึงคุ้นหน้าและมีรอยยิ้มให้ง่ายกว่า ไม่ได้หมายความว่าแม่ทำอะไรผิด และไม่ได้แปลว่าพี่เลี้ยงตั้งใจแย่งความสนใจ

บทความนี้ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านจิตวิทยาเด็ก และไม่ตัดสินว่าลูกหรือแม่เป็นอย่างไร เพียงเสนอแนวทางปฏิบัติที่ครอบครัวหลายบ้านใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ถ้ายังกังวลมากเรื่องพัฒนาการ ควรปรึกษากุมารแพทย์โดยตรง

ให้แม่มีเวลาอยู่กับลูก

วิธีที่ตรงที่สุดคือทำให้แม่มีเวลาอยู่กับลูกเป็นช่วงชัดเจนในแต่ละวัน เช่น ช่วงเช้าก่อนไปทำงาน ช่วงอาบน้ำก่อนนอน หรือช่วงเล่นหลังกินข้าวเย็น ตกลงกับพี่เลี้ยงไว้ล่วงหน้าว่าช่วงนี้แม่ดูแลลูกเอง พี่เลี้ยงช่วยเตรียมของหรือพักได้ ไม่ต้องรีบเข้ามารับช่วงต่อ

เมื่อแม่มีเวลาอยู่กับลูกอย่างสม่ำเสมอ ลูกจะคุ้นกับเสียง กลิ่น และจังหวะของแม่มากขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ต้องรีบเปรียบเทียบว่าลูกยิ้มให้พี่เลี้ยงหรือยิ้มให้ใครมากกว่า เพราะเด็กยิ้มให้คนที่เห็นหน้าบ่อย ๆ ได้ทั้งสองคน และทั้งสองความผูกพันอยู่ร่วมกันได้

  • กำหนดช่วงที่แม่ดูแลลูกเองในแต่ละวัน
  • บอกพี่เลี้ยงล่วงหน้าว่าช่วงนั้นขอเป็นเวลาของแม่
  • ใช้ช่วงอาบน้ำ กินข้าว เล่นก่อนนอนเป็นเวลาของแม่
  • ไม่เปรียบเทียบว่าลูกยิ้มให้ใครมากกว่า

วางตัวกับพี่เลี้ยงอย่างไรดี

การวางตัวกับพี่เลี้ยงเริ่มจากการพูดคุยกันตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ใช่การตำหนิ แม่บอกได้ว่าอยากให้ทำอะไรเป็นพิเศษ เช่น เรื่องเวลากินนมหรือวิธีปลอบ แล้วขอบคุณเมื่อพี่เลี้ยงทำได้ดี การรู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนร่วมทีมทำให้ทั้งบ้านสบายใจกว่าการรู้สึกแข่งกัน แม้ลูกยิ้มให้พี่เลี้ยงบ่อย

เมื่อแม่อยู่บ้าน พี่เลี้ยงทำตามที่พ่อแม่วางไว้ และไม่แย่งอุ้มตอนแม่อยู่ ถ้าลูกร้องแล้วเรียกหาแม่ พี่เลี้ยงส่งต่อให้แม่ได้เลย พอแม่ไม่อยู่ พี่เลี้ยงจึงดูแลต่อโดยใช้วิธีเดียวกัน เพื่อให้ลูกไม่สับสนเมื่อต้องเจอคนดูแลสองแบบ

สถานการณ์ แนวปฏิบัติ สิ่งที่ควรเลี่ยง
แม่อยู่บ้านและลูกเล่นอยู่ แม่เข้าไปเล่นกับลูกเอง ให้พี่เลี้ยงอุ้มต่อทั้งที่แม่ว่าง
ลูกร้องแล้วมองหาแม่ พี่เลี้ยงส่งลูกให้แม่ทันที ดึงลูกกลับมาเพราะกลัวแม่ไม่ถนัด
แม่กลับจากงานเหนื่อยมาก ขอเวลาพักสั้น ๆ แล้วค่อยเล่นกับลูก พูดตัดพ้อต่อหน้าลูกว่าลูกไม่รัก

พี่เลี้ยงทำตามที่พ่อแม่วางไว้

พี่เลี้ยงที่ดีรู้บทบาทของตัวเอง คือผู้ช่วยดูแลลูกตามที่พ่อแม่ตกลง ไม่ใช่ผู้ตัดสินเรื่องเลี้ยงดู เช่น เวลานอน เวลากินข้าว หรือเรื่องที่ไม่อนุญาต พ่อแม่เป็นคนกำหนด พี่เลี้ยงทำให้สม่ำเสมอและแจ้งให้ทราบเมื่อมีอะไรผิดปกติ เมื่อบทบาทชัดเจน ความรู้สึกหึงหวงหรือแย่งกันก็เกิดยากขึ้น

ถ้าแม่รู้สึกว่าลูกยิ้มให้พี่เลี้ยงมากกว่าจนลูกห่างไปจริง ๆ แม่คุยกับพี่เลี้ยงได้โดยตรงว่าอยากมีเวลากับลูกมากขึ้น พี่เลี้ยงที่ใส่ใจจะเข้าใจและช่วยจัดเวลาให้ ไม่ใช่เรื่องเสียหน้าหรือเสียน้ำใจกันแต่อย่างใด

ไม่รับปากเรื่องความผูกพันภายในกี่เดือน

ต้องบอกตรง ๆ ว่าไม่มีใครรับปากได้ว่าลูกจะผูกพันกับแม่มากขึ้นภายในกี่เดือน เด็กแต่ละคนแสดงออกต่างกัน ความผูกพันสร้างจากเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่นเป็นประจำ พี่เลี้ยงเป็นเพียงผู้ช่วย ไม่ได้ทำหน้าที่แทนแม่ได้ และไม่ควรถูกคาดหวังให้ทำเช่นนั้น

ส่วนครอบครัวที่กำลังหาแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงมาช่วย ควรบอกเรื่องที่กังวลกับบริษัทจัดหางานตั้งแต่ต้น เพื่อให้เลือกคนที่เข้ากับวิธีเลี้ยงของบ้านได้ ครอบครัวที่ต้องการจัดหาแม่บ้านซึ่งช่วยทั้งงานบ้านและดูแลเด็ก ก็ควรคุยเรื่องบทบาทให้ชัดเช่นกัน บริษัทเป็นตัวแทนจัดหา ไม่รับปากว่าคนที่มาจะทำให้ลูกผูกพันตามที่หวัง

ลองสังเกตด้วยว่าช่วงไหนของวันที่ลูกอารมณ์ดีที่สุด บางทีลูกยิ้มให้พี่เลี้ยงมากช่วงสายเพราะเป็นเวลาที่ตื่นเต็มที่ ส่วนตอนเย็นที่แม่กลับมา ลูกอาจง่วงหรือหิว จึงดูนิ่งกว่า การเปรียบเทียบจากช่วงเวลาที่ต่างกันอาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย ลองให้แม่เจอลูกในช่วงที่ลูกพร้อมเล่น เช่น หลังตื่นนอนหรือหลังกินอิ่ม แล้วรอดูว่าลูกตอบสนองอย่างไร

อีกเรื่องที่ช่วยได้คือให้พี่เลี้ยงเล่าเรื่องราวของลูกในแต่ละวันให้แม่ฟัง เช่น วันนี้ลูกชอบเล่นอะไร กินได้เท่าไร หัวเราะตอนไหน ข้อมูลเหล่านี้ทำให้แม่มีเรื่องคุยกับลูกต่อได้ และรู้สึกว่าตัวเองยังอยู่ในชีวิตประจำวันของลูก ไม่ได้พลาดอะไรไป พี่เลี้ยงเองก็ได้รู้ว่าแม่ใส่ใจ ซึ่งช่วยให้การทำงานร่วมกันราบรื่นขึ้น

โดยสรุป เมื่อลูกยิ้มให้พี่เลี้ยงมากกว่าแม่ ให้ทำให้แม่มีเวลาอยู่กับลูก ตกลงให้พี่เลี้ยงทำตามที่พ่อแม่วางไว้ และไม่แย่งอุ้มตอนแม่อยู่ ความกังวลของแม่เป็นเรื่องเข้าใจได้ และมักค่อย ๆ เบาลงเมื่อมีเวลาคุณภาพกับลูกอย่างสม่ำเสมอ

ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม

แม่บ้านสยามช่วยจับคู่พี่เลี้ยงที่เข้าใจบทบาทผู้ช่วยในบ้าน แจ้งวิธีเลี้ยงที่ครอบครัวอยากให้ทำตามและสิ่งที่แม่กังวลตั้งแต่ต้น เพื่อให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันได้อย่างสบายใจ

อ้างอิง

[1] NHS อธิบายเรื่องความกังวลของเด็กเล็กเมื่อต้องห่างจากคนที่ผูกพัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่ลูกคุ้นและยิ้มให้ผู้ดูแลที่เจอทุกวัน. https://www.nhs.uk/conditions/baby/babys-development/behaviour/separation-anxiety/

[2] NHS รวบรวมบริการสนับสนุนสำหรับพ่อแม่เด็กเล็ก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรึกษาเมื่อกังวลเรื่องพัฒนาการ. https://www.nhs.uk/conditions/baby/support-and-services/

Loading

แชร์บทความนี้ไปที่...

Facebook
X
WhatsApp
Email
Threads
โทรหาเรา
แอดไลน์