มื้อไหนที่มีผักบนโต๊ะ เด็กหลายคนจะเขี่ยออก ปิดปาก หรือร้องไห้ จนผู้ใหญ่ในบ้านเครียดไปด้วย ลูกไม่ยอมกินผักเป็นเรื่องที่เจอได้ในเด็กเล็กหลายคน และไม่ได้แปลว่าเลี้ยงผิด พี่เลี้ยงเด็กที่ดูแลลูกในมื้ออาหารทุกวันจึงมีบทบาทมาก บทความนี้เล่าเป็นภาษาบ้าน ๆ ว่าช่วยลูกได้อย่างไรโดยไม่ต้องบังคับให้กิน
ทำไมเด็กถึงไม่ชอบกินผัก
เด็กเล็กมักไวต่อรสชาติและเนื้อสัมผัสมากกว่าผู้ใหญ่ ผักบางชนิดมีรสขมหรือเหนียว เด็กจึงรู้สึกไม่ชอบทันทีที่เจอ เด็กหลายคนยังกลัวของที่ไม่คุ้นตา แม้ผักจะหน้าตาธรรมดา ๆ ก็ตาม เพราะฉะนั้นเมื่อลูกไม่ยอมกินผัก ไม่ได้แปลว่าลูกดื้อ แต่เป็นวิธีที่เด็กระวังของใหม่ในจานตัวเอง เด็กบางคนยอมกินผักที่ปรุงสุกนิ่มแต่ไม่ยอมกินผักสด หรือกินผักบางสีแต่ปฏิเสธบางสี ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเด็กที่ยังเรียนรู้รสชาติ พ่อแม่และพี่เลี้ยงจึงควรสังเกตว่าลูกไม่ชอบเพราะรสหรือเพราะเนื้อสัมผัส แล้วค่อยปรับวิธีเสิร์ฟให้ตรงจุด
ช่วงวัยก็มีผล เด็กวัยสองถึงห้าขวบมักเลือกกินมากเป็นพิเศษ และมักดีขึ้นเองเมื่อโตขึ้นถ้าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารไม่ตึงเครียด ผู้ใหญ่ที่รีบเร่งหรือพูดดุตอนกินข้าวมักทำให้เด็กยิ่งไม่อยากแตะผัก เพราะผูกความรู้สึกไม่ดีเข้ากับอาหารชนิดนั้น อีกเรื่องที่พบบ่อยคือเด็กไม่กินผักเมื่อรู้สึกว่ามีคนจ้องหรือกดดัน การไม่จ้องและไม่พูดเรื่องผักตลอดมื้อจึงช่วยให้ลูกผ่อนคลายและกล้าลองมากขึ้น
สิ่งที่พี่เลี้ยงไม่ควรทำ
พี่เลี้ยงควรไม่บังคับให้กิน ไม่ขู่ว่าจะไม่ให้ขนมหรือไม่ให้เล่น และไม่ใช้ขนมเป็นรางวัลถ้ากินผักหมด วิธีเหล่านี้อาจได้ผลเฉพาะหน้า แต่ทำให้เด็กรู้สึกว่าผักเป็นของน่ากลัวหรือเป็นหน้าที่ที่ต้องทน และอาจทำให้ไม่ชอบผักไปนานกว่าเดิม เด็กจำความรู้สึกบนโต๊ะอาหารได้ดี ถ้าทุกมื้อจบด้วยการทะเลาะหรือร้องไห้ ลูกจะผูกความรู้สึกแย่กับอาหารชนิดนั้นและยิ่งไม่ยอมลอง ลูกไม่ยอมกินผักจึงมักหนักขึ้นเมื่อโดนบังคับ
ไม่ควรเปรียบเทียบลูกกับพี่น้องหรือเด็กคนอื่นที่กินผักเก่ง เช่น พูดว่าดูสิ คนนั้นกินได้หมด เด็กจะรู้สึกไม่ดีกับตัวเองและยิ่งต่อต้านมากขึ้น และไม่ควรแอบเอาผักไปซ่อนในอาหารโดยไม่บอกลูกบ่อย ๆ เพราะถ้าลูกจับได้ อาจเสียความไว้ใจกับมื้ออาหาร ถ้าลูกปฏิเสธผักบางชนิดซ้ำ ๆ ก็ไม่เป็นไร ให้เปลี่ยนไปลองผักชนิดอื่นก่อนแล้วกลับมาลองชนิดเดิมอีกครั้งในอีกสองสามสัปดาห์ เด็กหลายคนที่ปฏิเสธครั้งแรกกลับยอมกินเมื่อลองซ้ำในวันที่อารมณ์ดี
- ไม่บังคับให้กินหรือขู่ว่าจะไม่ให้เล่น
- ไม่ใช้ขนมเป็นรางวัลแลกกับการกินผัก
- ไม่เปรียบเทียบกับพี่น้องหรือเด็กคนอื่น
- ไม่แอบซ่อนผักบ่อย ๆ จนลูกเสียความไว้ใจ
ให้ลูกมีส่วนร่วมเลือกผัก
วิธีที่ได้ผลคือให้ลูกมีส่วนร่วมเลือกผักตั้งแต่ตอนซื้อหรือตอนเตรียมอาหาร เช่น ให้ลูกช่วยล้างผัก ช่วยเด็ดผักใบ หรือเลือกว่าวันนี้จะกินแครอทหรือฟักทองดี เมื่อเด็กได้มีส่วนร่วม เด็กจะรู้สึกว่าเป็นของตัวเองและกล้าลองมากขึ้นกว่าเมื่อถูกวางไว้ตรงหน้าโดยไม่รู้ที่มา เมื่อลูกไม่ยอมกินผักมาหลายสัปดาห์ การให้ลูกมีส่วนร่วมเลือกผักมักเป็นก้าวแรกที่ช่วยได้มากที่สุดเพราะไม่ต้องพูดเรื่องกินเลย เด็กบางคนที่ช่วยล้างผักแล้วหยิบเข้าปากเองโดยไม่มีใครบอกก็มี
พี่เลี้ยงควรวางผักให้เห็นบ่อยๆ ในมื้ออาหารโดยไม่ต้องบังคับให้ลูกกิน เด็กบางคนต้องเห็นผักหลายครั้งก่อนจะยอมแตะ อาจต้องเห็นถึงสิบกว่าครั้งก่อนจะกล้าลองชิม ดังนั้นวางผักชิ้นเล็ก ๆ ไว้ข้างจานแล้วปล่อยให้ลูกเลือกเองได้ โดยไม่ต้องพูดเรื่องผักมาก สำหรับครอบครัวที่ลูกไม่ยอมกินผักมานาน การวางผักไว้ข้างจานเฉย ๆ เป็นวิธีที่ไม่มีแรงกดดันที่สุด
| วิธีที่ช่วยได้ | ทำไมได้ผล | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ให้ลูกช่วยล้างหรือเด็ดผัก | ลูกรู้สึกเป็นเจ้าของ | ให้เด็ดผักใบเขียวใส่ตะกร้า |
| วางผักชิ้นเล็กไว้ข้างจาน | ลดความกลัวของใหม่ | วางแครอทต้มนิ่ม 1 ชิ้น |
| พี่เลี้ยงกินผักให้ลูกเห็น | เด็กเลียนแบบผู้ใหญ่ | กินผักข้างลูกอย่างเอร็ดอร่อย |
ชมเมื่อลูกลองชิมและพี่เลี้ยงทำเป็นตัวอย่าง
เมื่อลูกลองชิม แม้เพียงนิดเดียว ก็ควรชมเมื่อลูกลองชิมอย่างเบา ๆ เช่น พูดว่าเก่งจังที่กล้าลอง ไม่ต้องบอกให้กินให้หมด และไม่ต้องกังวลถ้าลูกคายออก การลองชิมแต่ละครั้งคือความก้าวหน้า ความกล้าลองของเด็กสะสมทีละครั้งจนวันหนึ่งก็กินได้เอง
การที่พี่เลี้ยงทำเป็นตัวอย่างสำคัญมาก เด็กเล็กเรียนรู้จากสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำมากกว่าสิ่งที่พูด ถ้าพี่เลี้ยงกินผักอย่างเอร็ดอร่อยในมื้อเดียวกับลูก ลูกก็มีแนวโน้มอยากลองตาม ลองนั่งกินด้วยกันที่โต๊ะแทนที่จะยืนป้อนอยู่ข้าง ๆ บรรยากาศจะผ่อนคลายขึ้นมาก เมื่อลูกไม่ยอมกินผักแต่เห็นพี่เลี้ยงกินอย่างสบายใจ ความอยากรู้อยากลองก็จะค่อย ๆ เกิดขึ้นเอง
ทั้งนี้พี่เลี้ยงเป็นผู้ดูแลที่อยู่เคียงข้างลูกในมื้ออาหาร ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ถ้าลูกกินน้อยมากจนผู้ปกครองกังวลเรื่องการเจริญเติบโต ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กโดยตรง พี่เลี้ยงไม่ควรแนะนำอาหารเสริมหรือวินิจฉัยเอง
บ้านที่กำลังหาแม่บ้านหรือหาพี่เลี้ยงมาดูแลลูก ควรบอกตั้งแต่ต้นว่าลูกเลือกกิน และขอให้ไม่บังคับหรือขู่เวลากินข้าว บ้านที่ต้องการจัดหาแม่บ้านซึ่งช่วยเตรียมอาหารให้เด็กด้วย ควรคุยเรื่องวิธีเสิร์ฟผักและท่าทีเวลาลูกไม่กินให้ตรงกันตั้งแต่ต้น
โดยสรุป เมื่อลูกไม่ยอมกินผัก พี่เลี้ยงช่วยได้โดยไม่บังคับให้กิน ให้ลูกมีส่วนร่วมเลือกผัก วางผักให้เห็นบ่อยๆ ชมเมื่อลูกลองชิม และทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น เด็กส่วนใหญ่จะค่อยๆ ยอมกินผักเมื่อบรรยากาศบนโต๊ะผ่อนคลาย
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยามช่วยจับคู่พี่เลี้ยงเด็กที่ใจเย็นและเข้าใจเด็กเลือกกิน แจ้งนิสัยการกินของลูกและสิ่งที่อยากให้ระวังตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้คนที่เหมาะกับครอบครัวและดูแลลูกในมื้ออาหารได้อย่างอุ่นใจ
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] NHS อธิบายเรื่องเด็กเลือกกินและวิธีรับมือโดยไม่บังคับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้ลูกลองผักทีละนิด. https://www.nhs.uk/conditions/baby/weaning-and-feeding/fussy-eaters/
[2] NHS ให้ข้อมูลภาพรวมการเริ่มอาหารและการกินของเด็กเล็ก ซึ่งเกี่ยวข้องกับบรรยากาศบนโต๊ะอาหาร. https://www.nhs.uk/conditions/baby/weaning-and-feeding/
![]()
