แม่บ้านสยาม
อบรมก่อนส่ง ตรวจจริง 6 โรค
  • (ฟรี) ตรวจหาสารเสพติด
  • ตรวจการตั้งครรภ์

นายจ้างสามารถแจ้งให้ตรวจโรคอื่นๆเพิ่มเติมได้

แม่บ้านรายเดือนกับเวลาพัก กี่ชั่วโมงทำงานถึงควรหยุด แบบไหนเรียกว่าเอาเปรียบ

แม่บ้านรายเดือนดูตารางเวลาพักคู่กับตารางงานบ้านประจำวัน
นาฬิกาตั้งโต๊ะข้างสมุดจดงานบ้านสื่อถึงเวลาพักที่ชัดเจน

หลายบ้านที่จ้างแม่บ้านรายเดือนมักคิดว่าจ่ายเป็นรายเดือนแล้วเรียกใช้งานได้ตลอดเวลา โดยไม่เคยพูดเรื่องเวลาพักแม่บ้านตั้งแต่ต้น ความจริงคือแม่บ้านรายเดือนก็ควรมีชั่วโมงทำงานแม่บ้านและเวลาพักที่ชัดเจน ไม่ต่างจากงานประจำทั่วไปที่มีเวลาเข้า 1 เวลา และเวลาเลิก 1 เวลา

บทความนี้ชวนดูว่าชั่วโมงทำงานแม่บ้านที่เหมาะสมควรอยู่ที่กี่ชั่วโมงต่อวัน สัญญาณแบบไหนที่นับว่าเอาเปรียบแม่บ้าน และสิทธิแม่บ้านเรื่องเวลาพักที่ควรได้รับ พร้อมวิธีเริ่มคุยเรื่องนี้ให้ไม่อึดอัดทั้ง 2 ฝ่าย

เวลาพักแม่บ้านรายเดือน ควรมีกี่ชั่วโมงต่อวัน

ก่อนจะบอกว่าใครเอาเปรียบใคร ต้องเห็นภาพก่อนว่ารูปแบบงานแต่ละแบบควรมีชั่วโมงทำงานแม่บ้านและเวลาพักแม่บ้านประมาณเท่าไหร่ ตารางด้านล่างเป็นกรอบที่แม่บ้านสยามใช้อ้างอิงเวลาคุยกับทั้ง 2 ฝ่าย โดยนับตั้งแต่เวลาเข้างานถึงเวลาเลิกงานจริง ไม่รวมเวลาเดินทาง

รูปแบบงาน ชั่วโมงทำงานต่อวัน เวลาพักที่ควรมี ข้อสังเกต
ไปเช้าเย็นกลับ 8 ชั่วโมง พักกลางวันอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เวลาเดินทางไม่ควรถูกนับรวมเป็นชั่วโมงงาน
อยู่ประจำในบ้าน ไม่เกิน 10 ชั่วโมง พักกลางวัน 1 ชั่วโมง และพักเย็นอีก 1 ชั่วโมง แยกกัน ต้องมีเวลาส่วนตัวหลังงานหลักเสร็จ ไม่ใช่แค่มีห้องพัก
วันที่มีแขกหรืองานพิเศษ เกินเวลาปกติได้เป็นครั้งคราว ควรมีวันหยุดชดเชย 1 วัน หรือค่าตอบแทนเพิ่ม ต้องตกลงล่วงหน้า ไม่ใช่กลายเป็นมาตรฐานใหม่แบบไม่พูดกัน
วันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่เรียกงานนอกเหตุจำเป็น พักเต็มวันอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ แม่บ้านรายเดือนควรได้พักเต็มวัน ถ้าจำเป็นต้องเรียกงานต้องมีวันหยุดชดเชยตามจริง

ตัวเลขในตารางนี้ไม่ใช่กฎตายตัว แต่เป็นจุดเริ่มต้นให้ทั้ง 2 ฝ่ายคุยกันด้วยตัวเลขที่จับต้องได้ แทนที่จะใช้ความรู้สึกล้วนว่าวันนี้ดูเหนื่อยหรือยัง ซึ่งแต่ละคนตีความไม่เหมือนกัน การมีกรอบชั่วโมงทำงานแม่บ้านชัดตั้งแต่วันแรกช่วยลดข้อโต้แย้งได้มากกว่า 1 เท่าตัวเมื่อเทียบกับบ้านที่ไม่เคยตกลงกันเลย

ถ้าบ้านไหนยังไม่เคยตกลงตัวเลขเหล่านี้กับแม่บ้านรายเดือน ให้เริ่มจากคุยแค่ 2 เรื่องก่อนคือชั่วโมงทำงานต่อวันและจำนวนวันหยุดต่อสัปดาห์ แล้วค่อยเพิ่มรายละเอียดอื่นทีหลังภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ถัดไป ระหว่างนั้นให้บันทึกตัวเลขไว้เป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายย้อนดูได้เมื่อจำเป็น

  • แม่บ้านรายเดือนกะเช้าเย็นกลับ ทำงานประมาณ 8 ชั่วโมง พักเที่ยง 1 ชั่วโมง
  • กะอยู่ประจำ ทำงาน 8 ถึง 10 ชั่วโมง พักเที่ยงและพักเย็นรวม 2 ชั่วโมง
  • วันหยุดปกติ พัก 1 วันเต็มทุก 7 วัน
  • วันที่มีแขก ทำงานเพิ่มได้ไม่เกิน 2 ถึง 3 ชั่วโมง แล้วต้องมีวันหยุดชดเชย

กรอบนี้ใช้ได้กับทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโด ไม่ว่าจะมีสมาชิกในบ้าน 2 คนหรือ 5 คนขึ้นไป

สัญญาณที่บอกว่าเวลาพักเริ่มเข้าข่ายเอาเปรียบแม่บ้าน

ปัญหาเรื่องเวลาพักแม่บ้านมักไม่ได้เกิดจากเจตนาร้ายตั้งแต่แรก แต่ค่อย ๆ คืบคลานทีละนิดจนกลายเป็นความเคยชิน สัญญาณ 6 ข้อต่อไปนี้ช่วยให้สังเกตได้เร็วขึ้นก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังนานหลายเดือน

บ้านที่ทำแบบนี้ต่อเนื่อง 2 ถึง 3 รอบ มักพบว่าจำนวนครั้งที่ต้องเรียกงานนอกเวลาลดลงกว่าครึ่งภายใน 2 เดือน เพราะทั้งสองฝ่ายเริ่มวางแผนล่วงหน้าแทนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทีละครั้ง

  • เรียกงานระหว่างเวลาพักกลางวันเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์โดยไม่มีเหตุจำเป็น
  • ไม่มีวันหยุดประจำสัปดาห์ต่อเนื่องนานเกิน 3 สัปดาห์
  • งานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่เคยพูดเรื่องปรับค่าจ้างหรือชั่วโมงทำงานแม่บ้านเลย
  • ห้องพักหรือมุมพักถูกใช้เป็นที่เก็บของจนแทบไม่เหลือที่พักจริง
  • ต้องรอเกิน 1 ชั่วโมงกว่าจะได้กินข้าวเย็นเพราะรอครอบครัวเจ้าของบ้านก่อนเสมอ
  • ถูกตำหนิเมื่อขอพักตามเวลาที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่วันแรก

โดยเฉลี่ยแล้ว บ้านที่มีตารางเวลาชัดตั้งแต่ 1 ถึง 2 เดือนแรก มักไม่ต้องกลับมาคุยเรื่องเวลาพักซ้ำอีกเป็นเวลานานหลายเดือนถัดไป

ถ้าพบสัญญาณเพียง 1 ข้อ อาจยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าพบตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไปพร้อมกัน นั่นคือจุดที่ควรหยุดแล้วกลับมาทบทวนสิทธิแม่บ้านเรื่องเวลาทำงานทั้งระบบอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยผ่านไปอีก 1 เดือน

เมื่อครบ 3 เดือนแรก แนะนำให้กลับมาทบทวนตัวเลขอีกครั้งหนึ่ง เพื่อดูว่ากรอบเดิมยังเหมาะกับงานจริงหรือไม่

ทำไมชั่วโมงงานถึงบานปลายโดยไม่มีใครตั้งใจ

ในหลายบ้าน ทั้งเจ้าของบ้านและแม่บ้านต่างไม่ได้ตั้งใจให้ชั่วโมงงานยาวขึ้นเรื่อย ๆ แต่เกิดจากไม่เคยเขียนขอบเขตงานและเวลาให้ชัดตั้งแต่วันแรก เมื่อมีงานเล็กแทรกเข้ามาทีละอย่าง เช่น ฝากรับพัสดุ 1 ครั้ง ฝากดูแลสัตว์เลี้ยง 1 รอบ หรือช่วยต้อนรับแขกนอกเวลา งานเหล่านี้ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่รวมกันในแต่ละวันอาจกินเวลาพักแม่บ้านไปมากกว่า 1 ชั่วโมง

อีกสาเหตุหนึ่งคือเจ้าของบ้านบางคนไม่อยู่บ้านช่วงเวลาทำงานจริง จึงไม่เห็นภาพว่าแม่บ้านใช้เวลาไปกับอะไรบ้าง เมื่อไม่เห็นภาพ ก็ยากจะประเมินว่าชั่วโมงทำงานแม่บ้านเกินกว่าที่ตกลงไว้หรือไม่ ทางแก้ที่ตรงจุดคือย้อนกลับไปดูรายการงานและตารางเวลาที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น แล้วเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในรอบ 7 วันที่ผ่านมา

ตัวอย่างที่พบบ่อยคือบ้านที่ตกลงตอนแรกว่าเวลาทำงาน 8 ชั่วโมง แต่พองานจริงกลับยืดไปถึง 9 หรือ 10 ชั่วโมงโดยไม่มีใครพูดถึง เมื่อผ่านไป 2 ถึง 3 เดือน ชั่วโมงที่ยืดออกนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ทันทีที่ไม่มีฝ่ายใดทักท้วง การกลับมาเช็กตัวเลขทุกรอบ 4 สัปดาห์จึงช่วยดักปัญหาได้ตั้งแต่ต้น ก่อนที่ชั่วโมงงานจะเพิ่มสะสมเกิน 1 ถึง 2 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่รู้ตัว

วิธีคุยเรื่องเวลาพักโดยไม่ให้อึดอัดทั้ง 2 ฝ่าย

การพูดเรื่องเวลาพักไม่ควรรอจนมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอารมณ์เสียก่อน เพราะเมื่อนั้นบทสนทนาจะกลายเป็นการต่อว่ามากกว่าการแก้ปัญหา วิธีที่ได้ผลกว่าคือกำหนดช่วงพูดคุยสั้น ๆ ราว 15 นาที ทุกรอบ 4 สัปดาห์ เพื่อทบทวนตารางงานร่วมกันก่อนที่ปัญหาจะสะสมนานเป็นปี

เมื่อพูดคุย ให้เริ่มจากข้อเท็จจริงที่เห็นตรงกันก่อน เช่น จำนวนชั่วโมงทำงานแม่บ้านจริงในรอบ 7 วันที่ผ่านมา แล้วค่อยถามความรู้สึกของแม่บ้านว่าช่วงไหนรู้สึกว่างานหนักเกินไป จากนั้นค่อยตกลงร่วมกันว่าจะปรับตารางหรือปรับค่าจ้างส่วนใด การเริ่มจากตัวเลขก่อนความรู้สึกช่วยลดโอกาสที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะรู้สึกว่าถูกตัดสินอยู่ฝ่ายเดียว

ถ้าคุยกันแล้วยังตกลงกันไม่ได้ ลองใช้วิธีจดบันทึกชั่วโมงทำงานจริงต่อเนื่อง 7 วัน แล้วนำตัวเลขนั้นมาคุยกันรอบถัดไป วิธีนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของทั้งสัปดาห์ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกของวันใดวันหนึ่ง และมักทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันได้เร็วขึ้นภายใน 1 ถึง 2 รอบของการพูดคุย

ลองนับดูเป็นตัวอย่าง ถ้าทำงานวันละ 8 ชั่วโมง 6 วันต่อสัปดาห์ รวมเป็น 48 ชั่วโมงในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ถ้ารวมแล้วเกิน 55 ถึง 60 ชั่วโมงติดต่อกันเกิน 2 รอบ นั่นคือสัญญาณที่ควรหยิบตารางงานขึ้นมาคุยกันใหม่ทันที ไม่ต้องรอให้ครบ 1 เดือนก่อน

อีกวิธีที่ช่วยได้คือทำตารางเช็กเวลาเล็ก ๆ ติดไว้ในครัว บันทึกเวลาเริ่มงานและเวลาเลิกงานจริงทุกวันเป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน แล้วรวมยอดชั่วโมงทำงานทั้งหมด ถ้าตัวเลขรวมออกมาใกล้เคียงกับที่ตกลงกันไว้ตอนแรก แปลว่าระบบยังดีอยู่ แต่ถ้าตัวเลขต่างกันเกิน 5 ถึง 8 ชั่วโมงเมื่อรวมทั้งสัปดาห์ ควรนัดคุยเรื่องเวลาพักและค่าจ้างใหม่อีกครั้งภายใน 1 ถึง 2 รอบถัดไป ไม่ปล่อยให้ผ่านไปอีกหลายเดือน

สรุปสุดท้าย เวลาพักที่เป็นธรรมมาจากระบบ ไม่ใช่ความใจดี

เวลาพักแม่บ้านไม่ควรขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของบ้านใจดีแค่ไหนในแต่ละวัน แต่ควรมาจากตารางที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าและทบทวนได้เป็นระยะ เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตัวเลขชุดเดียวกัน ความรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบแม่บ้านก็จะลดลง เพราะทุกอย่างอธิบายได้ด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ล้วน

  • เขียนชั่วโมงทำงานแม่บ้านรายเดือนและเวลาพักเป็นตัวเลขชัดเจนตั้งแต่วันแรก
  • นัดทบทวนตารางงานร่วมกันทุกรอบ 4 สัปดาห์
  • แยกงานประจำกับงานพิเศษนอกเวลาออกจากกันให้ชัด
  • รักษาสิทธิแม่บ้านเรื่องเวลาพักจริง ไม่ใช้เป็นที่เก็บของหรือที่เรียกงานฉุกเฉิน

สิทธิแม่บ้านรายเดือนเรื่องเวลาพักที่เป็นธรรมไม่ได้วัดจากความใจดี แต่วัดจากความชัดเจนที่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกัน

ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม

แม่บ้านสยามช่วยจับคู่แม่บ้านรายเดือนให้ตรงกับบ้านของลูกค้า พร้อมช่วยวางกรอบชั่วโมงทำงานแม่บ้านและเวลาพักให้ชัดตั้งแต่วันแรก ลดข้อโต้แย้งเรื่องเวลาทำงานในระยะยาว

อ้างอิง

[1] ILO บทความสิทธิใหม่ของแรงงานทำงานบ้านในไทย เกี่ยวข้องกับชั่วโมงทำงานและเวลาพักของแม่บ้านรายเดือน|https://www.ilo.org/resource/article/new-rights-domestic-workers-thailand

[2] ILO สรุปกฎหมายแรงงานทำงานบ้านไทยปี 2024 เกี่ยวกับเวลาทำงานและวันหยุด|https://www.ilo.org/resource/article/2024-thai-regulations-domestic-work-are-you-following-law

แชร์บทความนี้ไปที่...

Facebook
X
WhatsApp
Email
Threads