เมื่อใกล้คลอดลูกคนที่สอง แม่หลายคนกังวลเรื่องลูกคนโตที่ไม่เคยห่างตัวเกินสองชั่วโมง วันที่แม่ต้องไปโรงพยาบาลลูกจะอยู่กับใคร จะคิดว่าแม่ทิ้งไปหรือเปล่า และถ้าตื่นมาไม่เจอแม่จะเป็นอย่างไร ความกังวลแบบนี้เป็นเรื่องปกติ บทความนี้เล่าเป็นภาษาบ้าน ๆ ว่าการให้ลูกคุ้นหน้าพี่เลี้ยงไว้ก่อนช่วยได้แค่ไหน และมีอะไรที่ไม่ควรคาดหวัง ใกล้คลอดลูกคนที่สองจึงเป็นช่วงที่ควรเริ่มเตรียมลูกคนโตอย่างช้า ๆ ไม่ใช่เตรียมในสัปดาห์สุดท้าย เพราะเด็กต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับคนใหม่มากกว่าที่ผู้ใหญ่คิด
ให้ลูกคุ้นหน้าพี่เลี้ยงไว้ก่อน
เด็กที่ติดแม่มักอุ่นใจเมื่อรู้ว่าใครจะมาดูแล การให้ลูกคุ้นหน้าพี่เลี้ยงไว้ก่อนวันคลอด เช่น ให้พี่เลี้ยงมาเยี่ยมที่บ้านหลายครั้งขณะที่แม่ยังอยู่ ช่วยให้ลูกเห็นว่าคนนี้เป็นคนที่แม่ไว้ใจ เมื่อวันสำคัญมาถึง ลูกก็ไม่ต้องเจอคนแปลกหน้าในเวลาเดียวกับที่แม่ไม่อยู่ แม่บางคนเลือกให้พี่เลี้ยงมาอยู่ด้วยตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ตัวเองยังอยู่บ้าน เพื่อให้ลูกเห็นว่าแม่กับพี่เลี้ยงอยู่ด้วยกันได้อย่างเป็นมิตร ลูกที่เห็นแม่ไว้ใจคนนี้มักไว้ใจตามไปด้วย ในช่วงใกล้คลอดลูกคนที่สอง เรื่องนี้ควรคุยกันให้ชัดเจน
เริ่มซ้อมให้ลูกคุ้นทีละขั้น
ช่วงแรกให้พี่เลี้ยงนั่งเล่นกับลูกขณะที่แม่อยู่ในห้อง แล้วค่อย ๆ ให้พี่เลี้ยงทำกิจวัตรง่าย ๆ เช่น ป้อนข้าวหรืออ่านนิทาน จากนั้นแม่ลองออกจากห้องช่วงสั้น ๆ และกลับมา ลูกจะค่อยเรียนรู้ว่าแม่ไปแล้วกลับมาเสมอ การซ้อมแบบนี้ใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ จึงควรเริ่มตั้งแต่ก่อนครบกำหนดคลอดนาน ๆ ลูกคนโตที่ไม่เคยห่างแม่เกินสองชั่วโมงอาจตกใจกับการซ้อมครั้งแรก จึงควรเริ่มด้วยช่วงสั้นมากแล้วค่อยยืดทีละนิด ไม่ควรเริ่มด้วยการหายไปทั้งวัน ในช่วงใกล้คลอดลูกคนที่สอง เรื่องนี้ควรคุยกันให้ชัดเจน
- ให้พี่เลี้ยงมาเยี่ยมที่บ้านหลายครั้งก่อนวันคลอด
- เริ่มจากนั่งเล่นขณะที่แม่อยู่ในห้อง
- ค่อย ๆ ให้ทำกิจวัตรง่าย ๆ ร่วมกับลูก
- ซ้อมแม่ออกไปช่วงสั้น ๆ แล้วกลับมา
ทำตามที่พ่อแม่วางไว้
พี่เลี้ยงทำตามที่พ่อแม่วางไว้ในเรื่องกิจวัตรและกติกา เช่น เวลานอน อาหารที่กิน ของที่ลูกหวง ผ้าห่มหรือตุ๊กตาที่ต้องมี และวิธีปลอบเวลาร้อง พ่อแม่ควรเขียนไว้เป็นกระดาษแผ่นเดียวและอธิบายด้วยตัวเองก่อนวันคลอด เพื่อให้พี่เลี้ยงทำเหมือนที่แม่เคยทำให้มากที่สุด ลูกจะรู้สึกว่าสิ่งรอบตัวยังเหมือนเดิม ควรรวมเรื่องที่ลูกกลัวหรือไม่ชอบเป็นพิเศษ เช่น เสียงดัง ความมืด หรืออาหารบางอย่าง เพื่อให้พี่เลี้ยงหลีกเลี่ยงได้ในช่วงที่ลูกอ่อนไหว
พี่เลี้ยงไม่ควรเปลี่ยนวิธีเองเพียงเพราะเห็นว่าดีกว่า ในช่วงที่ลูกกำลังปรับตัวกับการมีน้องใหม่ ความเหมือนเดิมช่วยให้อุ่นใจ และควรบอกพ่อแม่ถ้าลูกมีท่าทีใหม่ ๆ เช่น ถามถึงแม่บ่อยขึ้น กินน้อยลง หรือติดตัวพี่เลี้ยงมากขึ้น เพื่อให้พ่อแม่ตัดสินใจเรื่องที่สำคัญเอง เมื่อใกล้คลอดลูกคนที่สอง บ้านจะวุ่นวายและผู้ใหญ่หลายคนอาจให้คำแนะนำต่างกัน ควรเลือกให้พี่เลี้ยงฟังจากพ่อแม่เป็นหลัก
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ทำได้ | สิ่งที่ควรเลี่ยง |
|---|---|---|
| ก่อนวันคลอดหลายสัปดาห์ | ให้พี่เลี้ยงมาเยี่ยมและเล่นกับลูก | แนะนำพี่เลี้ยงคนใหม่ในวันที่แม่ไปโรงพยาบาล |
| ใกล้ครบกำหนด | ซ้อมให้แม่ออกไปช่วงสั้น ๆ แล้วกลับมา | หายไปโดยไม่บอกลูก |
| วันที่แม่ไม่อยู่ | ให้พี่เลี้ยงทำตามกิจวัตรเดิม | เปลี่ยนวิธีดูแลโดยไม่ปรึกษาพ่อแม่ |
ไม่รับปากว่าลูกจะไม่ร้อง
ต้องบอกตรง ๆ ว่าไม่รับปากว่าลูกจะไม่ร้อง แม้จะเตรียมดีแค่ไหน เด็กบางคนก็ยังร้องเมื่อแม่ไม่อยู่ เพราะเป็นเรื่องปกติของเด็กที่ผูกพันกับแม่ การเตรียมไว้ก่อนช่วยให้ลูกร้องน้อยลงหรือสงบเร็วขึ้นสำหรับเด็กหลายคน แต่ไม่ใช่เครื่องรับประกัน พี่เลี้ยงไม่ควรโทษตัวเองหรือพ่อแม่เมื่อลูกร้อง การพูดตรง ๆ แบบนี้ช่วยให้พ่อแม่เตรียมใจและเตรียมแผนสำรอง แทนที่จะคาดหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นเต็มร้อย
พี่เลี้ยงเป็นผู้ดูแลที่อยู่เคียงข้างลูก ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็ก จึงไม่ควรสรุปว่าลูกมีปัญหาทางอารมณ์ ถ้าลูกร้องหนักผิดปกติหรือไม่ยอมกินหลายวัน ให้แจ้งพ่อแม่เพื่อปรึกษากุมารแพทย์ และไม่ควรให้คำแนะนำเรื่องพัฒนาการเอง ในช่วงใกล้คลอดลูกคนที่สอง ควรบอกพี่เลี้ยงด้วยว่าอาจต้องรับหน้าที่เพิ่มเมื่อพ่อแม่ไม่อยู่ที่บ้าน เพื่อไม่ให้ความคาดหวังเปลี่ยนกะทันหัน ใกล้คลอดลูกคนที่สองจึงเป็นช่วงที่ควรวางใจและเตรียมให้พร้อมที่สุดเท่าที่ทำได้
ส่วนเรื่องการอุ้มลูกคนโตขณะตั้งท้องแก่ แม่หลายคนอยากอุ้มลูกให้อุ่นใจแต่อาจไม่เหมาะ ให้ถามแพทย์เรื่องการอุ้มลูกขณะตั้งครรภ์ ว่าอุ้มได้แค่ไหน แล้วให้พี่เลี้ยงช่วยอุ้มหรือเล่นแทนในจังหวะที่แม่ไม่ควรออกแรง บทความนี้ไม่ให้คำแนะนำทางการแพทย์
บ้านที่กำลังหาแม่บ้านหรือหาพี่เลี้ยงก่อนคลอด ควรเริ่มตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อมีเวลาให้ลูกคุ้นหน้า ส่วนบ้านที่ต้องการจัดหาแม่บ้านที่ช่วยงานบ้านและดูแลเด็กได้ด้วยหลังคลอด ควรคุยเรื่องกิจวัตรของลูกคนโตให้ละเอียด บริษัทจัดหาไม่รับปากว่าจะมีพี่เลี้ยงทันวันคลอด จึงควรวางแผนสำรองไว้ เช่น ญาติที่ลูกคุ้นหน้า
โดยสรุป เมื่อใกล้คลอดลูกคนที่สอง และลูกคนโตไม่เคยห่างแม่ การให้ลูกคุ้นหน้าพี่เลี้ยงไว้ก่อน ทำตามที่พ่อแม่วางไว้ และถามแพทย์เรื่องการอุ้มลูกขณะตั้งครรภ์ ช่วยให้อุ่นใจขึ้น แต่ไม่รับปากว่าลูกจะไม่ร้อง
ติดต่อเรา|แม่บ้านสยาม
แม่บ้านสยามช่วยจับคู่พี่เลี้ยงที่ใจเย็นและเข้าใจเด็กเล็ก แจ้งกิจวัตรของลูกคนโตและวันที่ต้องการให้เริ่มงานตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้คนที่เหมาะกับครอบครัวและมีเวลาให้ลูกคุ้นหน้าก่อนวันสำคัญ
- โทร:02-118-3912, 062-572-9255
- ไลน์:@maid2013
- เว็บ:https://maidsiam.com
- เฟซบุ๊ก:https://www.facebook.com/maidinthailand
อ้างอิง
[1] NHS อธิบายว่าเด็กเล็กมักกังวลเมื่อต้องห่างจากคนที่ผูกพัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้ลูกคุ้นหน้าพี่เลี้ยงไว้ก่อน. https://www.nhs.uk/conditions/baby/babys-development/behaviour/separation-anxiety/
[2] NHS รวบรวมข้อมูลบริการสนับสนุนสำหรับพ่อแม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวก่อนมีลูกคนที่สอง. https://www.nhs.uk/conditions/baby/support-and-services/
![]()